logo

เว็บไซต์หลักของสำนักพิมพ์ย้ายไปยัง LannaArtHouse.org แล้ว สำนักพิมพ์หอศิลปะมรดกกวีล้านนาได้เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการแห่งใหม่ สำหรับหนังสือ ข่าวสาร และคลังมรดกทางวรรณกรรม
เยี่ยมชมเว็บไซต์ใหม่

เฮา

เฮาบ่ฮัก ไผจะมาฮัก เฮาบ่เฮียน ไผจะมาเฮียน เฮาบ่สืบ ไผจะมาสืบ  

ฝึกเขียนอักษรธรรมล้านนา ᨲ᩠ᩅᩫᨵᩢᨾ᩠ᨾ᩼

ฝึกเขียนอักษรธรรมล้านนา

ฝึกเขียนอักษรธรรมล้านนา

ใช้ปุ่ม "ก่อนหน้า" และ "ถัดไป" เพื่อเลือกพยัญชนะ

พยัญชนะปัจจุบัน:

-

ประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ของวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร ปูชนียสถานคู่เมืองลำพูน

 

Cr. ภาพจาก Travel 360

          ประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ของวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร ปูชนียสถานคู่เมืองลำพูน


วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร ตั้งตระหง่านใจกลางเมืองลำพูน เป็นปูชนียสถานสำคัญและเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวล้านนามาอย่างยาวนานนับพันปี ประวัติศาสตร์แห่งนี้เริ่มต้นขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 17 โดยพระเจ้าอาทิตยราช กษัตริย์แห่งอาณาจักรหริภุญชัย ผู้ทรงสถาปนาพระบรมธาตุเจดีย์ขึ้นเพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า


ตามตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันมา บริเวณที่ตั้งขององค์พระธาตุในปัจจุบัน เดิมเป็นพระราชฐานของพระเจ้าอาทิตยราช และมีเรื่องราวปาฏิหาริย์เกี่ยวกับฝูงกาที่มาขัดขวางการสร้างห้องบังคน (ห้องน้ำ) ของพระองค์ จนกระทั่งได้มีการค้นพบพระบรมสารีริกธาตุ ณ สถานที่แห่งนั้น พระเจ้าอาทิตยราชจึงทรงมีพระราชศรัทธาอย่างแรงกล้า สละพื้นที่ในพระราชวังของพระองค์เพื่อสร้างพระเจดีย์ครอบพระบรมสารีริกธาตุไว้


      การก่อสร้างและสถาปัตยกรรมในยุคแรก      


พระเจดีย์องค์เดิมที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอาทิตยราชนั้น สันนิษฐานว่ามีลักษณะเป็นสถูปทรงปราสาทสี่เหลี่ยม ก่อด้วยศิลาแลง ซึ่งเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะขอมที่แพร่หลายในยุคนั้น ภายในองค์เจดีย์เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุส่วนต่างๆ ได้แก่ พระธาตุกระหม่อม พระธาตุกระดูกอก พระธาตุกระดูกนิ้วมือ และพระธาตุย่อยอีกเต็มบาตรหนึ่ง


      การบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งสำคัญและการเปลี่ยนแปลงสู่เจดีย์ทรงลังกา      


วัดพระธาตุหริภุญชัยได้รับการทำนุบำรุงและบูรณปฏิสังขรณ์โดยกษัตริย์ผู้ครองนครในยุคต่อๆ มาหลายพระองค์ การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นในสมัยพญามังรายมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านนา หลังจากที่ทรงยึดเมืองหริภุญชัยได้ พระองค์ได้โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะองค์พระธาตุ โดยเปลี่ยนแปลงรูปแบบจากทรงปราสาทแบบขอมให้เป็นเจดีย์ทรงกลมแบบลังกา ซึ่งเป็นรูปแบบที่นิยมในสมัยนั้น


ต่อมาในสมัยของพระเจ้าแสนเมืองมา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัชสมัยของพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งล้านนา ในราวปี พ.ศ. 1990 ได้มีการบูรณะครั้งใหญ่ โดยทรงก่อพระเจดีย์ให้สูงใหญ่และงดงามขึ้นดังที่ปรากฏในปัจจุบัน คือ เป็นเจดีย์สีทองอร่ามทรงระฆังคว่ำแบบลังกา ตั้งอยู่บนฐานปัทม์ย่อเก็จ มีสัตติบัญชร (รั้วเหล็กและทองเหลือง) ล้อมรอบ 2 ชั้น ความสูงขององค์พระธาตุจากฐานถึงยอดฉัตรในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 46 เมตร


      ปูชนียวัตถุและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด      


นอกเหนือจากองค์พระบรมธาตุเจดีย์แล้ว ภายในวัดพระธาตุหริภุญชัยยังมีปูชนียวัตถุและสถาปัตยกรรมที่สำคัญและงดงามอีกมากมาย อาทิ:


          วิหารหลวง:       เป็นวิหารขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ หลายองค์

          ซุ้มประตูโขง:       เป็นซุ้มประตูทางเข้าวัดที่เก่าแก่และมีความวิจิตรงดงาม สร้างด้วยอิฐถือปูนประดับลวดลายปูนปั้น เป็นฝีมือช่างโบราณสมัยศรีวิชัย ด้านหน้ามีสิงห์ใหญ่คู่หนึ่งยืนสง่า

          พระสุวรรณเจดีย์ (เจดีย์ปทุมวดี):       ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกขององค์พระธาตุ สร้างขึ้นโดยพระนางปทุมวดี อัครมเหสีของพระเจ้าอาทิตยราช มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยม คล้ายกับเจดีย์กู่กุด (วัดจามเทวี)

          หอกังสดาล:       เป็นหอสูงสองชั้น ใช้สำหรับแขวนกังสดาลขนาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของวัด


วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหารไม่เพียงแต่เป็นศูนย์กลางแห่งศรัทธาของชาวลำพูนและพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ แต่ยังเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมอันล้ำค่าที่สะท้อนให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของอาณาจักรหริภุญชัยและล้านนาในอดีต ในทุกๆ ปีช่วงวันเพ็ญเดือน 6 จะมีการจัดงานประเพณีสรงน้ำพระธาตุ ซึ่งเป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่และดึงดูดผู้คนจากทั่วทุกสารทิศให้เดินทางมาสักการะองค์พระธาตุเพื่อความเป็นสิริมงคลสืบไป

หอศิลป์กวีล้านนาจินดาพรหม





🏛️ ประวัติอย่างเป็นทางการ

หอศิลป์กวีล้านนาจินดาพรหม

(ชื่อปัจจุบัน: หอศิลปะมรดกกวีล้านนา)

“หอแห่งคำ หอแห่งศิลป์ หอแห่งใจ๋… เพื่อกวี เพื่อคน เพื่อล้านนา”


🌿 จุดกำเนิดแห่งหอ

หอศิลป์แห่งนี้ได้รับการก่อตั้งโดย
ครูกำธร จินดาหลวง หรือที่เป็นที่รู้จักในนาม
“จินดาพรหมรัตนกวีแห่งล้านนา”
นักกวีผู้เปี่ยมด้วยศรัทธาในศิลปะ วรรณกรรม และรากเหง้าทางวัฒนธรรมของชาวเหนือ

ด้วยจิตใจที่มุ่งมั่นจะสืบสานมรดกคำเมืองให้คงอยู่สืบไป ท่านได้ริเริ่มสร้างสถานที่แห่งนี้ขึ้นในหมู่บ้านแม่นาป้าก ตำบลแม่หอพระ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ — บริเวณที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติร่มรื่น เงียบสงบ และอุดมด้วยกลิ่นอายล้านนา


📜 หลักฐานการก่อตั้ง

ชื่อจารึกดั้งเดิม: หอศิลป์กวีล้านนาจินดาพรหม
วันเริ่มสร้าง: 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2547
วันก่อสร้างแล้วเสร็จ: 2 มิถุนายน พ.ศ. 2547
วันทำบุญเปิดหอ: 6 เมษายน พ.ศ. 2548
งบประมาณการก่อสร้าง: 250,000 บาท
(โดยทุนส่วนตัวและแรงศรัทธา)


🎓 วัตถุประสงค์ในการก่อตั้ง

  • เป็นสถานที่ พำนักและศึกษาค้นคว้า งานวรรณกรรมล้านนา

  • เป็นศูนย์กลางสำหรับการ เก็บรักษา ถ่ายทอด และจัดแสดงผลงานกวีคำเมือง

  • รองรับผู้สนใจด้าน คร่าว ค่าว ฮ่ำ และวรรณศิลป์คำเมืองทุกแขนง

  • ส่งเสริมให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้มีพื้นที่ ฝึกฝนศิลปะและภาวนาใจผ่านถ้อยคำ


🧑‍🏫 พิธีเปิดหอ

พิธีทำบุญเปิดหอจัดขึ้นในวันที่ 6 เมษายน 2548 โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิและครูภูมิปัญญาหลายท่านร่วมเป็นประธาน ได้แก่

  • พระครูอดุลสีลกิต วัดธาตุคำ เชียงใหม่

  • ลุงอำนวย กลำพัด นักจัดรายการวิทยุด้าน “คร่าวฮ่ำ”

  • พระครูนันท์ นันท์ชัยศักดิ์ ครูภูมิปัญญาแห่งชาติ

  • รวมทั้งผู้แทนจากชมรมฟื้นฟูกวีล้านนาไทย


💫 อัตลักษณ์ของหอ

✦ หอที่เกิดจากใจของกวี เพื่อคนมีใจรักกวี
✦ สถาปัตยกรรมเรียบง่าย สื่อถึง “ความพอเพียงทางจิตวิญญาณ”
✦ ใช้คำเมืองเป็นพื้นฐานแห่งการสร้างงานทุกชิ้น
✦ มีภาพแกะสลักไม้ และผลงานคร่าว/ค่าวจากครูกำธรจัดแสดง


🔖 ชื่อในปัจจุบัน

แม้ในจารึกจะใช้ชื่อ “หอศิลป์กวีล้านนาจินดาพรหม” แต่ในการสื่อสารสาธารณะในปัจจุบัน ได้มีการใช้ชื่อ
“หอศิลปะมรดกกวีล้านนา”
เพื่อให้สอดคล้องกับภาษามาตรฐาน และเข้าใจง่ายในสื่อร่วมสมัย


🪶 ชื่อของสถานที่แห่งนี้ ได้ปรากฏในหลายลักษณะ ตามบริบทของผู้คนและช่วงเวลา



➊ หอศิลป์กวีล้านนาจินดาพรหม

📜 เป็นชื่อดั้งเดิมที่ปรากฏในจารึกการสร้างหอ

สร้างโดย ครูกำธร จินดาหลวง (จินดาพรหม) นักกวีล้านนา ผู้มุ่งมั่นสืบสานวรรณศิลป์
● เริ่มสร้าง: 11 พ.ค. 2547
● เสร็จสิ้น: 2 มิ.ย. 2547
● ทำบุญเปิดหอ: 6 เม.ย. 2548
● งบประมาณ: 250,000 บาท

ชื่อนี้สะท้อนเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้ง ที่ต้องการให้หอแห่งนี้เป็นสถานที่แห่ง "ศิลป์คำเมือง" และจิตวิญญาณของกวีล้านนา




➋ หอศิลปมรดกกวีล้านนา

🪵 เป็นชื่อที่จารึกบนป้ายไม้แกะสลักหน้าหอ

ใช้คำ “ศิลป” แบบล้านนาโบราณ (ไม่มีไม้การันต์)
สื่อถึงอัตลักษณ์ท้องถิ่น และเป็นชื่อที่ผู้คนในพื้นที่นิยมเรียกขาน

ชื่อนี้มีความละมุน กลมกลืนกับเสียงคำเมือง และสะท้อนความภาคภูมิใจในมรดกของบรรพชน


➌ หอศิลปะมรดกกวีล้านนา

🖥️ เป็นชื่อที่ใช้ในโลโก้ เว็บไซต์ และงานประชาสัมพันธ์ในยุคปัจจุบัน

ใช้คำ “ศิลปะ” ตามมาตรฐานราชบัณฑิตยฯ เพื่อความเข้าใจง่าย
เหมาะกับการใช้งานในเอกสารทางการ สื่อสาธารณะ และสื่อออนไลน์

ชื่อนี้คือสะพานเชื่อมอดีตกับปัจจุบัน เพื่อให้หอศิลป์แห่งนี้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง


💬 บทสรุป:

ทั้งสามชื่อ ล้วนเป็นเงาของเจตนาเดียวกัน คือ…
การอนุรักษ์ สืบสาน และถ่ายทอด “กวีล้านนา”
ให้เป็นสมบัติของลูกหลานไปตราบนานเท่านาน


🕊️ ปณิธานของครูจินดาพรหม

“กวีคือศิลป์แห่งใจ๋
ศิลป์คือเสียงแห่งบ้านเกิด
ศรัทธาแห่งล้านนา
จะต้องสืบถ้อยไปบ่ขาดสาย”


🌺 ขอเชิญร่วมรักษาและสืบสาน

หอศิลปะแห่งนี้เปิดรับทุกท่านที่มีใจรักในกวีวรรณกรรมล้านนา ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักวิชาการ หรือผู้แสวงหาความสงบในถ้อยคำ

เราขอเชิญท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการ “เฝ้าหอ” ด้วยหัวใจ 








🟣 ค่าวล้านนา คืออะไร?

🟣 ค่าวล้านนา คืออะไร?

ศิลปะคำเมืองที่กำลังจะเลือนหาย

“ฟังแล้วน้ำตาซึม… เสียงคำค่าวพาใจย้อนคืนกลับสู่อ้อมอกของปู่ย่า…”
นี่คือคำบอกเล่าของคนรุ่นใหม่ ที่เพิ่งเคยได้ยิน “ค่าวล้านนา” ครั้งแรกในชีวิต

📜 ค่าวล้านนา คืออะไร?

ค่าวล้านนา คือรูปแบบของกวีนิพนธ์คำเมืองที่มีจังหวะ มีท่วงทำนองเฉพาะตัว ใช้การสัมผัสเสียงอย่างวิจิตรในการแต่ง มีทั้ง “ค่าวฮ่ำ” และ “ค่าวซอ” ซึ่งสามารถใช้ในการแสดง การขับกล่อม หรือแม้แต่เป็นคำสอนศีลธรรม

🎭 รูปแบบของค่าวล้านนา

  • ค่าวฮ่ำ: มักใช้กับบทกลอนธรรมะ สอนใจ และปรัชญาชีวิต

  • ค่าวซอ: ใช้กับการแสดงพื้นบ้าน มีกลิ่นอายของการเกี้ยวพาราสี และความขบขัน

  • แต่ละวรรคมักมี 6-9 พยางค์ ใช้ สัมผัสใน-สัมผัสนอก เหมือนกลอนแปดแต่มีความละเมียดในสำนวนเมือง

🧓 จากเวียงจ้าวสู่เวียงใจ

ค่าวไม่ใช่แค่ “คำคล้องจอง” แต่คือ วัฒนธรรมที่สืบต่อด้วยหัวใจ จากรุ่นปู่ย่าตายาย ที่ใช้คำสอนผ่านวรรณศิลป์อย่างลึกซึ้ง

“หื้อจ่วยจำคำป้อแม่ ใผหั้นเปิ้นแหลงปากหวาน
ใจ๋ลวงต๋าลวงดั่งยาพิษ ต้องคิดฮู้ฮ่างฮู้หัน”

🕯️ ทำไมค่าวล้านนาถึงเสี่ยงจะเลือนหาย?

  • คนรุ่นใหม่ ไม่เข้าใจภาษาเมืองลึก

  • ขาดพื้นที่ให้ค่าวอยู่ในสื่อหลัก

  • ขาดระบบรวบรวม สืบค้น และเรียนรู้เชิงโต้ตอบ

🌱 แต่ความหวังยังไม่สิ้น

เรายังสามารถช่วยกัน “ชุบชีวิตคำค่าว” ได้อีกครั้งผ่าน...

  • การสร้างบล็อกแบบนี้เอง

  • การอ่านออกเสียงค่าวและบันทึกเสียงไว้

  • การใช้ค่าวในแคปชันโพสต์ IG หรือคลิป TikTok

  • การรวม “ค่าวล้านนา” เป็นหลักสูตรกิจกรรมในโรงเรียน


📌 สรุป

“ค่าวล้านนา ไม่ใช่แค่ภาษากวี — แต่เป็นเส้นเลือดของคนเมือง”
การกลับมาของค่าวล้านนา จะเกิดขึ้นได้จากการที่เราแต่ละคนเริ่มหันมา “ฟังด้วยใจ” และ “แต่งด้วยรัก”