logo

เว็บไซต์หลักของสำนักพิมพ์ย้ายไปยัง LannaArtHouse.org แล้ว สำนักพิมพ์หอศิลปะมรดกกวีล้านนาได้เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการแห่งใหม่ สำหรับหนังสือ ข่าวสาร และคลังมรดกทางวรรณกรรม
เยี่ยมชมเว็บไซต์ใหม่

เฮา

เฮาบ่ฮัก ไผจะมาฮัก เฮาบ่เฮียน ไผจะมาเฮียน เฮาบ่สืบ ไผจะมาสืบ  

เปิดบ้านอย่างเป็นทางการ — เว็บไซต์สำนักพิมพ์หอศิลปะมรดกกวีล้านนา

เปิดบ้านอย่างเป็นทางการ — เว็บไซต์สำนักพิมพ์หอศิลปะมรดกกวีล้านนา

วันนี้ สำนักพิมพ์หอศิลปะมรดกกวีล้านนา — Lanna Heritage Poetry Art House (Publishing) ขอเปิดพื้นที่บ้านหลังใหม่อย่างเป็นทางการบนโลกออนไลน์

lannaarthouse.org — เว็บไซต์หลักของสำนักพิมพ์

เว็บไซต์แห่งนี้ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นเพียงพื้นที่แนะนำหรือจำหน่ายหนังสือ แต่เราต้องการให้เป็น “หอศิลปะ” ในความหมายของพื้นที่เก็บรักษาความทรงจำ เป็นบ้านของหนังสือ บทกวี นักเขียน ต้นฉบับ และมรดกทางความคิดที่สมควรได้รับการดูแล เพื่อให้สิ่งที่คนรุ่นก่อนสร้างไว้ไม่สูญหายไปตามกาลเวลา

หนึ่งในงานสำคัญที่เริ่มต้นพร้อมกับเว็บไซต์นี้ คือ คลังมรดก “ปู่สอนหลาน” ผลงานบทกวีของคนรุ่นก่อนในครอบครัว ซึ่งได้รับการรวบรวม ตรวจสอบ และอนุรักษ์ต้นฉบับ ก่อนนำมาจัดทำเป็นคลังดิจิทัลอย่างเป็นระบบ ปัจจุบันเผยแพร่ผลงานครบ 90 บท เพื่อให้ผู้อ่านรุ่นต่อไปสามารถเข้าถึงได้โดยไม่ต้องพึ่งพาต้นฉบับที่อาจเสื่อมสลายหรือสูญหายไปในวันหนึ่ง

ขณะเดียวกัน เว็บไซต์ยังรวบรวม หนังสือของสำนักพิมพ์ ทั้งงานวรรณกรรม ธรรมะ บทกวี งานแปล และงานทางความคิด พร้อมข้อมูลผู้เขียนและช่องทางเข้าถึง eBook อย่างเป็นทางการ โดยจะทยอยเพิ่มเติมหนังสือฉบับพิมพ์ ผลงานใหม่ ตลอดจนเอกสารและมรดกทางวัฒนธรรมอื่น ๆ ต่อไป

ชื่อ “หอศิลปะมรดกกวีล้านนา” จึงมิได้หมายถึงเพียงสำนักพิมพ์ หากหมายถึงความตั้งใจเล็ก ๆ ที่อยากสร้างสถานที่แห่งหนึ่งไว้ให้ ถ้อยคำ ความทรงจำ และภูมิปัญญาของผู้คนที่จากไปแล้ว ยังมีที่อยู่ และยังสามารถเดินทางไปพบคนรุ่นใหม่ได้

วันนี้บ้านหลังนั้นเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้วครับ

สำนักพิมพ์หอศิลปะมรดกกวีล้านนา
Lanna Heritage Poetry Art House (Publishing)

🌐 https://lannaarthouse.org

ฝากทุกท่านแวะเยี่ยมชม และหากเห็นว่างานเล็ก ๆ แห่งนี้มีคุณค่า ฝากช่วยแบ่งปันเว็บไซต์นี้ให้เดินทางไปถึงผู้ที่รักหนังสือ บทกวี และมรดกทางความคิดด้วยครับ

เพราะบางครั้ง การรักษาหนังสือหนึ่งเล่ม บทกวีหนึ่งบท หรือถ้อยคำของคนคนหนึ่งเอาไว้ อาจเป็นการรักษาความทรงจำของยุคสมัยหนึ่งเอาไว้ด้วย

#สำนักพิมพ์หอศิลปะมรดกกวีล้านนา #LannaArtHouse #LannaHeritagePoetryArtHouse #สำนักพิมพ์ #หนังสือ #บทกวี #มรดกวรรณกรรม #ปู่สอนหลาน #มรดกล้านนา

อักษรธรรมล้านนา Flash Lesson Preservation

 




หลายครั้ง…มรดกทางวัฒนธรรมไม่ได้สูญหายไปเพราะไม่มีคุณค่า
แต่มันค่อย ๆ หายไป เพราะ “เครื่องมือของยุคสมัย” เปลี่ยนไป

ไฟล์ที่เคยเปิดได้
บทเรียนที่เคยใช้สอนได้
เสียง ภาพ ปุ่ม และการเคลื่อนไหวที่เคยมีชีวิต
วันหนึ่งกลับกลายเป็นสิ่งที่คนรุ่นหลังเข้าถึงไม่ได้อีกต่อไป

บทเรียน “อักษรธรรมล้านนา” ชุดนี้ คือหนึ่งในสื่อการเรียนรู้ที่มีคุณค่ามากในอดีต เดิมถูกสร้างขึ้นในรูปแบบ Flash เพื่อใช้เป็นบทเรียนพื้นฐานสำหรับผู้ที่สนใจเรียนรู้อักษรธรรมล้านนา มีทั้งบทนำ พยัญชนะ ตัวสะกด สระ เครื่องหมาย ตัวเลขล้านนา พร้อมรูปภาพ เสียง และปุ่มโต้ตอบที่ช่วยให้ผู้เรียนค่อย ๆ เข้าใจอักษรโบราณชุดนี้อย่างเป็นลำดับ

แต่อย่างที่เราทราบกันดี เมื่อยุคของ Flash สิ้นสุดลง สื่อเหล่านี้ก็เสี่ยงที่จะกลายเป็นเพียงไฟล์เก่าในความทรงจำ
เปิดไม่ได้ ใช้งานไม่ได้ และค่อย ๆ เลือนหายไปจากการเรียนรู้ของผู้คน

อักษรธรรมล้านนาไม่ใช่เพียงตัวหนังสือโบราณ
แต่คือร่องรอยของพระพุทธศาสนา คัมภีร์ใบลาน ชาดก วรรณกรรม ประวัติศาสตร์ โบราณคดี วิถีชีวิต และภูมิปัญญาของผู้คนในดินแดนล้านนา

เมื่อคนอ่านได้น้อยลง
เมื่อคนเขียนได้น้อยลง
สิ่งที่หายไปจึงไม่ใช่แค่ “รูปอักษร”
แต่คือประตูบานหนึ่งที่เชื่อมเราเข้ากับรากวัฒนธรรมของตนเอง

ด้วยเหตุนี้ จึงได้มีการรื้อฟื้นและจัดทำเว็บไซต์
Digital Preservation Archive: อักษรธรรมล้านนา / Lanna Dhamma Script Learning Archive
ขึ้นมาใหม่ เพื่อเก็บรักษาบทเรียน Flash ต้นฉบับเกี่ยวกับอักษรธรรมล้านนา ให้ยังสามารถเปิดเรียนได้บนเว็บเบราว์เซอร์ยุคปัจจุบัน โดยใช้ Ruffle ในการจำลองการทำงานของไฟล์ SWF ให้ใกล้เคียงต้นฉบับมากที่สุด ทั้งลำดับบทเรียน รูปแบบภาพ เสียง การเคลื่อนไหว และปุ่มโต้ตอบเดิม

เราไม่ได้สร้างใหม่เพื่อแทนที่ของเดิม
แต่พยายาม “รักษาของเดิม” ให้ยังมีชีวิตอยู่ต่อไป

ผู้สนใจสามารถเข้าไปเรียนรู้ได้ที่นี่
https://bangplus.github.io/80dhamlanna_ruffle/

ภายในเว็บไซต์มีบทเรียนทั้งหมด 7 ส่วน ได้แก่

00 บทนำอักษรธรรมล้านนา
01 พยัญชนะล้านนา
02 ตัวสะกดล้านนา
03 สระล้านนา
04 เครื่องหมายล้านนา
05 ตัวเลขล้านนา
06 ขอบคุณ

โครงการรื้อฟื้นครั้งนี้ ขอคารวะและระลึกถึงคุณูปการของผู้จัดทำสื่อการเรียนรู้ต้นฉบับ คือ
นายภัฏ กันธิยะวงค์

และขอกราบขอบพระคุณครูบาอาจารย์ ตลอดจนผู้ให้ข้อมูลในการผลิตเว็บไซต์ต้นฉบับทุกท่าน ได้แก่
ศ.ดร. อุดม รุ่งเรืองศรี
พระจตุพล จิตฺตสํวโร
พระศุภชัย ชยสุโภ
อ.เกริก อัครชิโนเรศ
คุณพิชัย แสงบุญ
คุณจารุภัทร ธนาฐิตากร

ท่านเหล่านี้คือผู้มีส่วนสำคัญในการวางรากฐานองค์ความรู้ และสร้างสื่อการเรียนรู้อันทรงคุณค่าไว้ให้คนรุ่นหลังได้สืบต่อ

การอนุรักษ์วัฒนธรรมในยุคดิจิทัล
บางครั้งอาจเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ เพียงการทำให้ “ไฟล์เก่า” กลับมาเปิดได้อีกครั้ง

แต่ความหมายของมัน อาจลึกและไกลกว่านั้นมาก

เพราะทุกตัวอักษรที่ยังถูกอ่าน
คือมรดกที่ยังไม่ตาย

และทุกการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นใหม่
คือการต่ออายุให้ภูมิปัญญาของบรรพชน

การรื้อฟื้นและเผยแพร่ครั้งนี้ สนับสนุนโดย
สำนักพิมพ์หอศิลปะมรดกกวีล้านนา
Lanna Heritage Poetry Art House (Publishing)

9/291 อาคารเดอลาพิสจรัญ 81 ชั้น 14
ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด
กรุงเทพมหานคร 10700 ประเทศไทย
โทรศัพท์: 080-591-2910
Email: lannaheritagepoetryarthouse@gmail.com
Website: lannapoet.blogspot.com

#อักษรธรรมล้านนา #อักษรล้านนา #ภาษาล้านนา #ล้านนา #มรดกล้านนา #วัฒนธรรมล้านนา #คัมภีร์ใบลาน #ใบลาน #DigitalPreservation #LannaHeritage #LannaDhammaScript #หอศิลปะมรดกกวีล้านนา

ตามใจน้ำสิไหลไปตามฮ่อม



หาบบ่หนัก ตักบ่เต็ม เค็มบ่จืด มืดบ่แจ้ง

(หาบไม่หนัก ตักไม่เต็ม เค็มก็ไม่จืด มืดก็ไม่สว่าง)

ผญาบทนี้
เหมือนคำสั้น ๆ
แต่จริงแล้ว…อธิบาย “ทั้งชีวิต”


หาบบ่หนัก

บุญกุศล…ยิ่งมี ยิ่งดี

คำว่า “หาบ”
คือสิ่งที่เราสะสมไว้กับใจ

ถ้าเป็นบุญ
เป็นความดี
เป็นสติปัญญา

ยิ่งมาก…ยิ่งเบา

พระพุทธองค์จึงไม่ให้พอใจในกุศล
ให้ทำต่อไป
จนถึงที่สุดแห่งทุกข์


ตักบ่เต็ม

โลภ…ไม่มีวันพอ

ไม่ว่าจะตักใส่เท่าไหร่
ก็ไม่เคยเต็ม

แค่ “ปากเดียว”
ก็ยังไม่พอ

แล้วยังมี
ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

ยิ่งเติม
ยิ่งอยาก

นี่คือธรรมชาติของตัณหา

เติมเท่าไหร่…ก็ไม่เต็ม


เค็มบ่จืด

ความดี…อยู่ที่ไหนก็ยังเป็นความดี

เหมือนเกลือ
แม้ใส่นิดเดียวก็ยังเค็ม

คนที่มีคุณธรรม
อยู่ที่ไหนก็ยังงดงาม

ไม่ต้องอวด
ไม่ต้องประกาศ

เพราะความดี
มีรสของมันเอง


มืดบ่แจ้ง

โมหะ…ทำให้มองไม่เห็น

ความหลง
ทำให้

  • เห็นของไม่เที่ยง ว่าเที่ยง

  • เห็นทุกข์ ว่าเป็นสุข

  • เห็นสิ่งไม่มีตัวตน ว่าเป็นเรา

จิตจึงมืด
แม้มีตา…ก็เหมือนไม่เห็น


ผญาบทนี้
จึงสรุปทั้งเส้นทางชีวิตไว้ในสี่คำ

  • ทำดี…อย่าหยุด

  • อยาก…ไม่มีวันพอ

  • ความดี…ซ่อนยังไงก็ไม่หาย

  • ความหลง…ทำให้มืดมน


สุดท้ายแล้ว
ชีวิตจะหนักหรือเบา
ไม่ได้อยู่ที่สิ่งที่เรามี

แต่อยู่ที่
ใจเรากำลังแบกอะไรอยู่

ถ้าแบกกุศล
ใจจะเบา

ถ้าแบกตัณหา
ใจจะไม่เคยเต็ม

และถ้ายังมืดด้วยอวิชชา
ก็จะวนอยู่เช่นนี้…ไม่รู้จบ

ด้วยความรู้สึกตัว 🌱

ตามใจน้ำสิไหลไปตามฮ่อม บ่ฮ่อนไหลผ่านขึ้นเมืองฟ้าฮอดดอยดอกตี้

 



          

 ตามใจน้ำสิไหลไปตามฮ่อม
(น้ำย่อมไหลลงที่ต่ำเสมอ)
บ่ฮ่อนไหลผ่านขึ้นเมืองฟ้าฮอดดอยดอกตี้

(ไม่อาจไหลขึ้นสู่ยอดเขาได้เอง)

ผญาบทนี้
เปรียบ “ใจ” ได้อย่างลึกซึ้งที่สุด

ธรรมชาติของน้ำ
คือไหลลงต่ำ

ธรรมชาติของใจ
ก็เช่นกัน

มันจะไหลไปหา

  • ความสบาย

  • ความเพลิดเพลิน

  • รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส

  • ความคิดที่อยากให้เป็น

โดยไม่ต้องฝึก
ไม่ต้องพยายาม

แค่ “ปล่อย”
มันก็ไหลไปเอง


แต่ปัญหาคือ

ที่ต่ำของใจ
ไม่ใช่ที่สงบ

แต่คือ

โลภ
โกรธ
หลง
ความอยาก
ความยึด

และสุดท้าย
ก็ไหลลงสู่

ความทุกข์
ความเศร้า
ความเกิด
ความตาย


ผญาจึงเตือนว่า

อย่าตามใจตัวเอง

เพราะการตามใจ
คือการปล่อยให้น้ำไหล

และน้ำจะไม่ไหลขึ้นที่สูงเอง


ถ้าอยากให้จิตสูงขึ้น
ต้องมี “การทดน้ำ”

เหมือนสร้างเขื่อน
เหมือนผันน้ำ

ในทางธรรม
สิ่งนั้นเรียกว่า

มรรค

การวางจิตเป็นกลาง
ไม่ไหลตามความคิด
ไม่ไหลตามอารมณ์
ไม่ดีใจเกิน
ไม่เสียใจเกิน


นี่คือ “การทวนกระแส”

ทวนความเคยชิน
ทวนตัณหา
ทวนความอยาก

ตอนแรกจะฝืน
จะหนัก
จะยาก

แต่เมื่อทำได้

จิตจะไม่ไหล
แต่ “ตั้งมั่น”


เมื่อจิตไม่ไหลไปตามการปรุงแต่ง

วงจรของ

คิด → อยาก → ยึด → ทุกข์

ก็จะหยุด

เหมือนน้ำที่ถูกหยุดการไหล


ผญานี้จึงชี้ตรงไปที่หัวใจของธรรมะว่า

ไม่ต้องไปแก้ที่ปลายทางของทุกข์
แค่หยุดการ “ไหล” ของจิต

เมื่อจิตไม่ไหล
สังสารวัฏก็หยุด

ไม่มีเกิด
ไม่มีตาย
ไม่มีทุกข์ให้วิ่งตามอีก


เส้นทางนี้
ไม่ใช่ทางง่าย

แต่เป็นทางเดียว
ที่พาออกจากทะเลทุกข์ได้จริง

ด้วยความรู้สึกตัว 🌱

สุภาษิตล้านนา : คำบ่าเก่าล้านนา


🌿 หมวดปัญญาและการพิจารณา

ก้นหม้อบ่ฮ้อน บ่เป็นแต่ไห มันเป็นแต่ไฟ บ่าใจ้กับหม้อ
(อย่าด่วนตัดสินปัญหา ควรพิจารณาที่เหตุ ไม่ใช่เพียงปลายเหตุ)

จิ้นบ่เน่าหนอนบ่จี คำบ่มีเขาบ่ว่า
(ถ้าไม่มีเหตุ ย่อมไม่มีผล)

คิดว่าตั๋วหล๊วกคือคนง่าว คิดว่าตั๋วง่าวคือคนหล๊วก
(อวดรู้คือโง่ คนฉลาดแท้มักอ่อนน้อม)


🌿 หมวดการดำเนินชีวิต

กิ๋นแล้วหื้อเก็บ เจ็บแล้วหื้อจำ
(เก็บเกี่ยวประสบการณ์ไว้เป็นบทเรียน)

เกิดเป็นคนขึ้นห้วยหื้อสุด ขุดฮูไหนหื้อตึก
(ทำสิ่งใดให้ถึงที่สุด)

ข้ามขัวยังบ่ป้น อย่าฟั่งห่มกันแยงเงา
(งานยังไม่สำเร็จ อย่าเพิ่งโอ้อวด)

เผื่อฮุ้คิง น้ำปิงปอแห้ง
(รู้ตัวอีกทีก็สายเกินแก้)


🌿 หมวดการพึ่งพาและสังคม

กล้วยคาง่าม ง่ามคากล้วย
(คนเราต้องพึ่งพาอาศัยกัน)

ไม้ต้นเดียวบ่เป๋นก๋อ ป๋อต้นเดียวบ่เป๋นเหล่า
(งานใหญ่ทำคนเดียวไม่ได้ ต้องอาศัยกัน)

เก็บผักหื้อเอาตึงเครือ เก็บบ่าเขือหื้อเอาตึงขวั๊น
(ทำอะไรให้ครบ อย่าทิ้งส่วนที่ยังมีคุณค่า)


🌿 หมวดคนและนิสัยใจคอ

ขี้ควายไหลตวยน้ำ
(โลเล ไม่มั่นคง)

คนง่าวบ่มี คนผะหยาดีก็ง่อม
(ความโง่กับความฉลาดเป็นของคู่กัน)

คนใบ้ใช้หลายเตื่อ
(คนไม่เข้าใจ ต้องสอนซ้ำหลายครั้ง)

คนอู้ได้ปากนัก อมแพะเต็มปากยังบ่ฮู้ตัว
(คนพูดมาก มักห้ามยาก)


🌿 หมวดความระมัดระวัง

ปลาแห้งไกล้แมว แมวบ่กิ๋นแมวง่าว สาวใกล้บ่าว บ่าวบ่าหยุบก็ซวาม
(อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน)

ขอนบ่มีเห็ด ไผตึงบ่เข้าไกล้
(ของไร้ประโยชน์ ย่อมไม่มีใครสนใจ)


🌿 หมวดคุณค่าและศักดิ์ศรี

ของกิ๋นลำอยู่ที่คนมัก ของจักฮักอยู่ที่เปิงใจ
(ดีหรือไม่ดี อยู่ที่ใจ)

แก่เพราะกิ๋นข้าว เฒ่าเพราะเกิดเมิน
(อายุสูงควรมาพร้อมคุณค่าและปัญญา)

ตูบน้อยไผว่าบ่มีผี คนงามคนดีไผว่าบ่มีเจ้าของ
(คนดี ย่อมเป็นที่หมายปอง)


🌿 หมวดเตือนใจเชิงอุปมา

แก่นตาควักออก เอาบ่ากอกเข้ายัด
(ทิ้งของมีค่า ไปคว้าของไร้ค่า)

สอนเปิ้นไต่ขัว ตั๋วกลั๋วตกน้ำ
(สอนคนอื่น แต่ตนเองไม่กล้าทำ)

หล็วกใส่ตั๋ว เอาหัวเข้าฮ่ม
(ฉลาดเพื่อตัวรอด แต่ไม่เหลียวแลผู้อื่น)


🌿 ว่าด้วยช่วงชีวิตมนุษย์ (คติอายุ)

สิบปี — อาบน้ำบ่ฮู้หนาว
ซาวปี — แอ่วสาวบ่ก้าย
สามสิบปี — บ่หน่ายสังขาร
สี่สิบปี — ยะก๋านเหมือนฟ้าผ่า
ห้าสิบปี — สาวน้อยด่าบ่เจ็บใจ๋
หกสิบปี — ไอเหมือนฟานโขก
เจ็ดสิบปี — บ่าโหกเต๋มตั๋ว
แปดสิบปี — ไขหัวเหมือนไห้
เก้าสิบปี — พ้องไขอยู่พ้องไขต๋าย