logo

เฮา

เฮาบ่ฮัก ไผจะมาฮัก เฮาบ่เฮียน ไผจะมาเฮียน เฮาบ่สืบ ไผจะมาสืบ  

สุภาษิตล้านนา : คำบ่าเก่าล้านนา


🌿 หมวดปัญญาและการพิจารณา

ก้นหม้อบ่ฮ้อน บ่เป็นแต่ไห มันเป็นแต่ไฟ บ่าใจ้กับหม้อ
(อย่าด่วนตัดสินปัญหา ควรพิจารณาที่เหตุ ไม่ใช่เพียงปลายเหตุ)

จิ้นบ่เน่าหนอนบ่จี คำบ่มีเขาบ่ว่า
(ถ้าไม่มีเหตุ ย่อมไม่มีผล)

คิดว่าตั๋วหล๊วกคือคนง่าว คิดว่าตั๋วง่าวคือคนหล๊วก
(อวดรู้คือโง่ คนฉลาดแท้มักอ่อนน้อม)


🌿 หมวดการดำเนินชีวิต

กิ๋นแล้วหื้อเก็บ เจ็บแล้วหื้อจำ
(เก็บเกี่ยวประสบการณ์ไว้เป็นบทเรียน)

เกิดเป็นคนขึ้นห้วยหื้อสุด ขุดฮูไหนหื้อตึก
(ทำสิ่งใดให้ถึงที่สุด)

ข้ามขัวยังบ่ป้น อย่าฟั่งห่มกันแยงเงา
(งานยังไม่สำเร็จ อย่าเพิ่งโอ้อวด)

เผื่อฮุ้คิง น้ำปิงปอแห้ง
(รู้ตัวอีกทีก็สายเกินแก้)


🌿 หมวดการพึ่งพาและสังคม

กล้วยคาง่าม ง่ามคากล้วย
(คนเราต้องพึ่งพาอาศัยกัน)

ไม้ต้นเดียวบ่เป๋นก๋อ ป๋อต้นเดียวบ่เป๋นเหล่า
(งานใหญ่ทำคนเดียวไม่ได้ ต้องอาศัยกัน)

เก็บผักหื้อเอาตึงเครือ เก็บบ่าเขือหื้อเอาตึงขวั๊น
(ทำอะไรให้ครบ อย่าทิ้งส่วนที่ยังมีคุณค่า)


🌿 หมวดคนและนิสัยใจคอ

ขี้ควายไหลตวยน้ำ
(โลเล ไม่มั่นคง)

คนง่าวบ่มี คนผะหยาดีก็ง่อม
(ความโง่กับความฉลาดเป็นของคู่กัน)

คนใบ้ใช้หลายเตื่อ
(คนไม่เข้าใจ ต้องสอนซ้ำหลายครั้ง)

คนอู้ได้ปากนัก อมแพะเต็มปากยังบ่ฮู้ตัว
(คนพูดมาก มักห้ามยาก)


🌿 หมวดความระมัดระวัง

ปลาแห้งไกล้แมว แมวบ่กิ๋นแมวง่าว สาวใกล้บ่าว บ่าวบ่าหยุบก็ซวาม
(อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน)

ขอนบ่มีเห็ด ไผตึงบ่เข้าไกล้
(ของไร้ประโยชน์ ย่อมไม่มีใครสนใจ)


🌿 หมวดคุณค่าและศักดิ์ศรี

ของกิ๋นลำอยู่ที่คนมัก ของจักฮักอยู่ที่เปิงใจ
(ดีหรือไม่ดี อยู่ที่ใจ)

แก่เพราะกิ๋นข้าว เฒ่าเพราะเกิดเมิน
(อายุสูงควรมาพร้อมคุณค่าและปัญญา)

ตูบน้อยไผว่าบ่มีผี คนงามคนดีไผว่าบ่มีเจ้าของ
(คนดี ย่อมเป็นที่หมายปอง)


🌿 หมวดเตือนใจเชิงอุปมา

แก่นตาควักออก เอาบ่ากอกเข้ายัด
(ทิ้งของมีค่า ไปคว้าของไร้ค่า)

สอนเปิ้นไต่ขัว ตั๋วกลั๋วตกน้ำ
(สอนคนอื่น แต่ตนเองไม่กล้าทำ)

หล็วกใส่ตั๋ว เอาหัวเข้าฮ่ม
(ฉลาดเพื่อตัวรอด แต่ไม่เหลียวแลผู้อื่น)


🌿 ว่าด้วยช่วงชีวิตมนุษย์ (คติอายุ)

สิบปี — อาบน้ำบ่ฮู้หนาว
ซาวปี — แอ่วสาวบ่ก้าย
สามสิบปี — บ่หน่ายสังขาร
สี่สิบปี — ยะก๋านเหมือนฟ้าผ่า
ห้าสิบปี — สาวน้อยด่าบ่เจ็บใจ๋
หกสิบปี — ไอเหมือนฟานโขก
เจ็ดสิบปี — บ่าโหกเต๋มตั๋ว
แปดสิบปี — ไขหัวเหมือนไห้
เก้าสิบปี — พ้องไขอยู่พ้องไขต๋าย


คำสอนล้านนา : คติชีวิตจากคำเมือง


๑. กันเข้าวัดหื้ออู้กำผาชญ์ กันเข้ากาดหื้อเป๋นป้อก๊า

คำแปล
ถ้าเข้าวัดให้พูดจาภาษานักปราชญ์ ถ้าเข้าตลาดให้ทำตัวเป็นพ่อค้า

ความหมาย
อยู่ในสังคมไหน ให้ปฏิบัติตัวกลมกลืนกับสังคมนั้น
เหมือนภาษิตไทยว่า เข้าเมืองตาหลิ่ว ให้หลิ่วตาตาม


๒. กิ๋นส้มบ่ดีฮาน กิ๋นหวานบ่ดีป้ำ

คำแปล
จะกินผลไม้เปรี้ยวไม่ควรทอนกิ่ง จะกินผลไม้หวานไม่ควรล้มต้น

ความหมาย
ไม่ควรทำลายหรือทำร้ายผู้มีพระคุณ


๓. กิ๋นหื้อปอต๊อง หย้องหื้อปอตั๋ว

คำแปล
กินให้พอดีท้อง แต่งกายให้พอดีตัว

ความหมาย
ทำอะไรให้รู้จักประมาณตน ไม่ทำเกินตัว


๔. กิ๋นหื้อปอคาบ หาบหื้อปอแฮง แป๋งหื้อปอใจ๋ ไข้หื้อปอนอน

คำแปล
กินให้พอมื้อ หาบให้พอแรง ทำให้พอใจ ป่วยให้พอพัก

ความหมาย
ทำสิ่งใดให้เต็มที่ตามกำลังของตนเอง


๕. กำจ่มกำด่ามีก้าเสี้ยงตี้ ถ้าฟังบ่ดีมันตึงบ่ม่วนหู

คำแปล
คำบ่นคำด่ามีค่าที่สุด แม้ฟังไม่เพราะหู

ความหมาย
คำตักเตือนของพ่อแม่และผู้ใหญ่ คือคำสอนที่มีคุณค่า


๖. เก็บผักหื้อเอาตึงเครือ เก็บบ่าเขือหื้อเอาตึงขวั้น

คำแปล
เก็บผักให้เอาทั้งเถา เก็บมะเขือให้เอาทั้งขั้ว

ความหมาย
รักใครให้รักทั้งครอบครัว ไม่ทอดทิ้งคนรอบข้างของเขา


๗. ของจักเสียหื้อรีบไจ๊ ของจักได้หื้อรีบเอา

คำแปล
ของที่จะเสียให้รีบใช้ ของที่จะได้ให้รีบเอา

ความหมาย
รู้จักจัดลำดับความสำคัญ และคว้าโอกาสเมื่อมาถึง


๘. คนตกต่ำต่าวนอนหงาย บ่ดีก๋ายเหยียบข้าม

คำแปล
คนล้มอย่านำไปเหยียบข้าม

ความหมาย
อย่าซ้ำเติมคนที่พลาดพลั้งหรือตกต่ำ


๙. ไค่หล็วกหื้ออยู่ใกล้นักผาชญ์ ไค่ฉลาดหื้อหัดไจ๊อ่องออ

คำแปล
อยากรอบรู้ให้อยู่ใกล้นักปราชญ์ อยากฉลาดให้ฝึกใช้สมอง

ความหมาย
เรียนรู้จากผู้รู้ และฝึกคิดด้วยตนเองเสมอ


๑๐. จะไปหล็วกก่อนหมอ จะไปซอก่อนปี่

คำแปล
อย่าฉลาดก่อนหมอ อย่าซอก่อนปี่

ความหมาย
อย่าทำก่อนกำหนดแนวทาง หรือก่อนผู้รู้จะชี้นำ


๑๑. จะไปเปิดเสื้อหื้อเปิ้นหันหลัง จะไปลอกหนังหื้อเปิ้นหันจิ๊น

คำแปล
อย่าเปิดเรื่องในให้คนเห็น

ความหมาย
เรื่องส่วนตัวหรือเรื่องภายใน ไม่ควรเปิดเผยโดยไม่จำเป็น


๑๒. จะหนีหื้อเปิ้นเสียดาย จะต๋ายหื้อเปิ้นเล่าไว้

คำแปล
จากไปให้คนเสียดาย ตายไปให้คนกล่าวขาน

ความหมาย
อยู่ให้เป็นประโยชน์ และมีคุณค่าต่อผู้อื่น


๑๓. ไต่ขัวบ่ป๊น จะไปฟั่งห่มก้นโยนฮาว

คำแปล
ข้ามสะพานยังไม่พ้น อย่าเพิ่งดีใจ

ความหมาย
งานยังไม่เสร็จ อย่าเพิ่งประมาทหรือสรุปก่อนเวลา


๑๔. ตอกสั้นหื้อมัดตี้กิ่ว สิ่วสั้นหื้อสิ่วไม้บาง

คำแปล
ใช้เครื่องมือให้เหมาะกับงาน

ความหมาย
ทำสิ่งใดให้เหมาะกับสภาพและบริบท


๑๕. นกบ่บินจะไปเขิงปีกอ้า ควายบ่กิ๋นหญ้า จะไปเต้กเขามันลง

คำแปล
อย่าฝืนให้ทำในสิ่งที่ไม่เต็มใจ

ความหมาย
อย่าบังคับผู้อื่นเกินความพร้อมของเขา


๑๖. ปี้น้องผิดกั๋น เหมือนพร้าฟันน้ำ

คำแปล
พี่น้องทะเลาะกัน เหมือนมีดฟันน้ำ

ความหมาย
สายเลือดยังไงก็ตัดไม่ขาด สอนให้รักและให้อภัยกัน


๑๗. เว้นหมาหื้อปอศอก เว้นวอกหื้อปอวา เว้นคนปาลาหื้อไกล๋แสนโยชน์

คำแปล
หลีกภัยให้ห่าง โดยเฉพาะคนพาล

ความหมาย
สิ่งอันตรายควรหลีกเลี่ยงให้ไกลที่สุด


๑๘. เหล็กบ่เหลี้ยมเปิ้นบ่เอาจี คนบ่ดีเปิ้นบ่เอามาไจ๊

คำแปล
ของไม่ดี คนไม่ดี ใครก็ไม่เลือกใช้

ความหมาย
คุณภาพคือสิ่งสำคัญ ทั้งคนและงาน


๑๙. อย่าเอาคนใบ้นำหน้า อย่าเอาคนต๋าบอดนำทาง

คำแปล
อย่าให้คนไม่รู้ นำทางคนอื่น

ความหมาย
ผู้นำต้องมีความรู้และความเข้าใจ


๒๐. อย่าอวดสูงกว่าป้อแม่ อย่าอวดแก่กว่าอาจารย์

คำแปล
อย่าอวดเหนือกว่าผู้มีพระคุณ

ความหมาย
ให้เคารพผู้เลี้ยงดูและผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา



ผญา กวีของคนมีสติปัญญา


 “ผญา”

อ่านว่า ผะ-หญา
มาจากคำว่า ปัญญา หรือ ปรัชญา

ผญาในความหมายนี้ มิใช่เพียงถ้อยคำไพเราะ
แต่คือ กวีของคนมีสติปัญญา
เป็นภาษาของผู้มีเชาว์ มีไหวพริบ มีภูมิธรรม
เมื่อจะเอื้อนเอ่ยท่าทีต่อสิ่งใด
ก็เอื้อนเอ่ยอย่างคมคาย
ให้ถ้อยคำมีอรรถรส
เผยให้เห็นชั้นเชิงของผู้พูด
และภูมิชั้นของความเป็นปราชญ์ในเรื่องนั้น ๆ

ผญาภาษิตอีสาน–ลาวล้านช้าง
คือคำพังเพยเชิงปริศนา
ที่แฝงความจริงอันเป็น สุจธรรม
ฟังแล้วไพเราะ
อ่านแล้วได้คติ
ชวนให้หยุดคิดทุกครั้งที่พบเจอ

หากสันนิษฐานตามร่องรอยทางวัฒนธรรม
ผญาเหล่านี้อาจเป็น วลีธรรม
เป็นคำอุทาน คำสอน คำสะกิดใจ
ของเถราจารย์ นักปราชญ์ ผู้คงแก่เรียน
ซึ่งอาจเทียบได้กับ เถรคาถา ของพุทธสาวก
หรือ โกอาน ปริศนาธรรมในแบบเซน

เป้าหมายไม่ใช่การอธิบาย
แต่เพื่อให้ เกิดการขบคิด
เกิด ทิฏฐิปัตตะ
นำไปสู่การเห็นแจ้ง
หรือสิ่งที่เรียกว่า ซาโตริ

สำหรับผู้ที่เป็นนักปฏิบัติธรรม
อารมณ์สมาธิของเขา
เปรียบเหมือนแว่นขยาย
ที่ส่องให้เห็นความลับ
ซึ่งซ่อนอยู่ในรูปของผญา

ผญาภาษิตจึงมิใช่ถ้อยคำธรรมดา
แต่เป็น ลายแทง
ที่ชี้ไปสู่ขุมทรัพย์อันประณีต
คือ อริยทรัพย์ภายใน

แม้ผญาจะไม่ใช่แผนที่
ที่แจกแจงเส้นทางธรรมอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
ไม่ใช่คำอธิบายวิปัสสนาญาณตามตำรา
แต่ผญาคือ ความคิดรวบยอด
ในอารมณ์ภาวนา

อย่างน้อยที่สุด
มันคือถ้อยคำที่ช่วย “กระตุกใจ”
ให้เกิดการตื่นรู้แบบฉับพลัน
หรือช่วยเขี่ยไฟแห่งความเพียร
ที่ใกล้มอดดับ
ให้ลุกโพลงขึ้นมาอีกครั้ง

ดังผญาที่ว่า

“เต่าบ่ไป
ให้เอาไฟจูดก้น”

ล้านนา – ล้านช้าง รากเดียวกันของแผ่นดิน ภาษา และปัญญาชีวิต

  ล้านนา – ล้านช้าง


รากเดียวกันของแผ่นดิน ภาษา และปัญญาชีวิต


ก่อนจะมีเส้นพรมแดน

ก่อนจะมีคำว่า “ประเทศ”

แผ่นดินแถบนี้เคยมีเพียงผู้คน ภาษา และวิถีชีวิต

ที่ไหลเวียนไปตามลุ่มน้ำ ป่าเขา และฤดูกาล


  ล้านนา   และ   ล้านช้าง  

มิได้แยกจากกันตั้งแต่ต้น

หากเป็นแขนงของต้นไม้ต้นเดียวกัน

ที่แตกกิ่งงอกงามอยู่คนละฟากภูเขา คนละสายธาร


ภาษาพูดใกล้กัน

อักษรธรรมอ่านถึงกัน

พุทธศาสนาเถรวาทเป็นแก่นเดียว

ผี–ขวัญ–ความเชื่อพื้นบ้านวางอยู่เคียงพุทธธรรมอย่างกลมกลืน


เมื่อฟังคำเมืองล้านนา

คนลาวเข้าใจ

เมื่ออ่านผญาล้านช้าง

หัวใจคนล้านนาก็สะเทือน


เพราะนี่คือ   ภาษาของชีวิต  

ไม่ใช่ภาษาของอำนาจ


   


   “ผญา” : ปรัชญาชาวบ้านที่ยืนยาวกว่าราชอาณาจักร


ถ้าล้านนาเด่นในคำสอน กาพย์กลอน คัมภีร์ใบลาน

ล้านช้างก็มี “ผญา”

ถ้อยคำสั้น ๆ ที่สั่งสมภูมิปัญญาหลายชั่วคน

เป็นคำสอนที่ไม่ต้องเข้าวัดก็ได้ธรรม

ไม่ต้องอ่านออกเขียนได้ก็เข้าใจชีวิต


ผญาไม่ได้สอนให้เป็นนักปราชญ์

แต่สอนให้เป็น   คนไม่ลืมคน  


  คันเจ้าได้อยู่ยอดฟ้าผาสาทประดับมุข

  อย่าได้ลืมเฮียมทุกข์ผู้ขี่ควายคอนกล้า


เมื่อได้สูง อย่าลืมคนต่ำ

เมื่อได้ดี อย่าลืมคนลำบาก

คำสอนนี้ไม่ต้องแปล

เพราะโลกวันนี้ยังต้องการอยู่เสมอ


   


   ความดีงามที่ไม่ต้องหรูหรา


ผญาไม่ได้สรรเสริญความร่ำรวย

แต่เตือนให้รู้จัก   ความพอดี  


  คันได้กินลาบซิ้นอย่าลืมแจ่วแพวผัก

  ได้กินพาเงินพาคำอย่าลืมกระเบียนฮ้าง


กินของดี อย่าดูแคลนของบ้าน ๆ

ได้ภาชนะเงินทอง อย่าลืมกระด้งผุ

นี่คือการสอนให้   ถ่อมตนโดยไม่ต้องสั่ง  


   


   เปลือกนอกไม่ใช่สาระ


ผญารู้เท่าทันมนุษย์มานาน

รู้ว่าความงาม ความดี ความรู้

ไม่จำเป็นต้องส่งเสียงดัง


  เกลี้ยงแต่นอก ทางในเป็นหมากเดื่อ

  หวานนอกเนื้อในส้มดั่งหมากนาว


คำพูดดี รูปลักษณ์งาม

อาจไม่เท่าความจริงใจและการกระทำ


   


   ความรู้ที่ไม่ใช้ ก็ไม่ต่างจากไม้ตีผิดที่


ผญาไม่ปฏิเสธความรู้

แต่เตือนให้ใช้ให้เป็น


  คนผู้มีความฮู้ ซูซีเฮ็ดบ่แหม่น

  ความฮู้มีท่อแผ่นฟ้า เป็นบ้าท่อแผ่นดิน


รู้มากแต่ใช้ไม่เป็น

ก็พาตัวเองหลงทาง


   


   ผญา : สะพานเชื่อมล้านนา–ล้านช้างในวันนี้


ในวันที่โลกหมุนเร็ว

คำสอนสมัยใหม่พรั่งพรู

ผญายังคงยืนอยู่เงียบ ๆ

เหมือนผู้เฒ่าที่ไม่แย่งไมค์ใคร

แต่พูดทีเดียว คนฟังเงียบทั้งวง


ผญาไม่ใช่ของลาวอย่างเดียว

ไม่ใช่ของล้านช้างเท่านั้น

แต่คือ   มรดกปัญญาของคนไททั้งผืนแผ่นดิน  


การเผยแผ่ผญา

จึงไม่ใช่การย้อนอดีต

แต่คือการพา “ราก”

กลับมาหล่อเลี้ยง “ปัจจุบัน”


และนี่เอง

คือภารกิจของ   หอศิลปะมรดกกวีล้านนา  

ที่จะทำให้ถ้อยคำเก่า

ยังมีชีวิตในหัวใจคนรุ่นใหม่



รางวัลภูมิแผ่นดินปิ่นล้านนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประจำปี ๒๕๖๗ สาขาภาษาและวรรณกรรม

 ขอแสดงความยินดีด้วยหัวใจ๋อย่างยิ่ง

กับ **อาจารย์ป้อครูสีหมื่น – พ่อครูเฉลิมเวศน์ อูปธรรม**
ในโอกาสได้รับ **รางวัลภูมิแผ่นดินปิ่นล้านนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประจำปี ๒๕๖๗
สาขาภาษาและวรรณกรรม** 🌿

รางวัลนี้บ่ได้เป็นเพียงเครื่องหมายแห่งเกียรติยศ
แต่คือการยืนยันคุณค่าของ “ภาษาและวรรณศิลป์ล้านนา”
ที่อาจารย์ป้อครูได้อุทิศชีวิต ฟื้นฟู สืบสาน และถ่ายทอด
ด้วยหัวใจ๋ของครูแท้ ผู้บ่เพียงสอนภาษา
แต่สอนให้คนฮู้จักรากเหง้า ฮู้จักความงาม
และฮู้จักความเป็นตัวตนของล้านนา

ภาษาล้านนา บทกวี คำเมือง
ได้มีลมหายใจ มีศักดิ์ศรี และยืนหยัดอยู่ในสังคมร่วมสมัย
ก็ด้วยแรงศรัทธาและความเพียรของครูบาอาจารย์เช่นนี้

**หอศิลปมรดกกวีล้านนา**
ขอร่วมอนุโมทนาและแสดงความยินดี
ต่อแบบอย่างของผู้ทรงคุณูปการ
ผู้เป็นเสาหลักทางจิตวิญญาณและวัฒนธรรมของแผ่นดินเหนือ

ขอคุณความดีแห่งภาษา
และปัญญาแห่งวรรณศิลป์
จงคุ้มครองอาจารย์ป้อครูศรีหมื่นตวย
ให้มีสุขภาพแข็งแรง เป็นร่มเงาแก่ลูกหลาน
และเป็นแสงไฟส่องทางให้วัฒนธรรมล้านนา
งดงาม สงบ และยืนยาวสืบไปเน้อครับ 🙏🌸

#ภูมิแผ่นดินปิ่นล้านนา
#พ่อครูเฉลิมเวศน์อูปธรรม
#ภาษาและวรรณกรรมล้านนา
#หอศิลปมรดกกวีล้านนา
#สืบสานศิลป์ถิ่นล้านนา