logo

เฮา

เฮาบ่ฮัก ไผจะมาฮัก เฮาบ่เฮียน ไผจะมาเฮียน เฮาบ่สืบ ไผจะมาสืบ  

ตามใจน้ำสิไหลไปตามฮ่อม



หาบบ่หนัก ตักบ่เต็ม เค็มบ่จืด มืดบ่แจ้ง

(หาบไม่หนัก ตักไม่เต็ม เค็มก็ไม่จืด มืดก็ไม่สว่าง)

ผญาบทนี้
เหมือนคำสั้น ๆ
แต่จริงแล้ว…อธิบาย “ทั้งชีวิต”


หาบบ่หนัก

บุญกุศล…ยิ่งมี ยิ่งดี

คำว่า “หาบ”
คือสิ่งที่เราสะสมไว้กับใจ

ถ้าเป็นบุญ
เป็นความดี
เป็นสติปัญญา

ยิ่งมาก…ยิ่งเบา

พระพุทธองค์จึงไม่ให้พอใจในกุศล
ให้ทำต่อไป
จนถึงที่สุดแห่งทุกข์


ตักบ่เต็ม

โลภ…ไม่มีวันพอ

ไม่ว่าจะตักใส่เท่าไหร่
ก็ไม่เคยเต็ม

แค่ “ปากเดียว”
ก็ยังไม่พอ

แล้วยังมี
ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

ยิ่งเติม
ยิ่งอยาก

นี่คือธรรมชาติของตัณหา

เติมเท่าไหร่…ก็ไม่เต็ม


เค็มบ่จืด

ความดี…อยู่ที่ไหนก็ยังเป็นความดี

เหมือนเกลือ
แม้ใส่นิดเดียวก็ยังเค็ม

คนที่มีคุณธรรม
อยู่ที่ไหนก็ยังงดงาม

ไม่ต้องอวด
ไม่ต้องประกาศ

เพราะความดี
มีรสของมันเอง


มืดบ่แจ้ง

โมหะ…ทำให้มองไม่เห็น

ความหลง
ทำให้

  • เห็นของไม่เที่ยง ว่าเที่ยง

  • เห็นทุกข์ ว่าเป็นสุข

  • เห็นสิ่งไม่มีตัวตน ว่าเป็นเรา

จิตจึงมืด
แม้มีตา…ก็เหมือนไม่เห็น


ผญาบทนี้
จึงสรุปทั้งเส้นทางชีวิตไว้ในสี่คำ

  • ทำดี…อย่าหยุด

  • อยาก…ไม่มีวันพอ

  • ความดี…ซ่อนยังไงก็ไม่หาย

  • ความหลง…ทำให้มืดมน


สุดท้ายแล้ว
ชีวิตจะหนักหรือเบา
ไม่ได้อยู่ที่สิ่งที่เรามี

แต่อยู่ที่
ใจเรากำลังแบกอะไรอยู่

ถ้าแบกกุศล
ใจจะเบา

ถ้าแบกตัณหา
ใจจะไม่เคยเต็ม

และถ้ายังมืดด้วยอวิชชา
ก็จะวนอยู่เช่นนี้…ไม่รู้จบ

ด้วยความรู้สึกตัว 🌱