logo

เว็บไซต์หลักของสำนักพิมพ์ย้ายไปยัง LannaArtHouse.org แล้ว สำนักพิมพ์หอศิลปะมรดกกวีล้านนาได้เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการแห่งใหม่ สำหรับหนังสือ ข่าวสาร และคลังมรดกทางวรรณกรรม
เยี่ยมชมเว็บไซต์ใหม่

เฮา

เฮาบ่ฮัก ไผจะมาฮัก เฮาบ่เฮียน ไผจะมาเฮียน เฮาบ่สืบ ไผจะมาสืบ  

เปิดบ้านอย่างเป็นทางการ — เว็บไซต์สำนักพิมพ์หอศิลปะมรดกกวีล้านนา

เปิดบ้านอย่างเป็นทางการ — เว็บไซต์สำนักพิมพ์หอศิลปะมรดกกวีล้านนา

วันนี้ สำนักพิมพ์หอศิลปะมรดกกวีล้านนา — Lanna Heritage Poetry Art House (Publishing) ขอเปิดพื้นที่บ้านหลังใหม่อย่างเป็นทางการบนโลกออนไลน์

lannaarthouse.org — เว็บไซต์หลักของสำนักพิมพ์

เว็บไซต์แห่งนี้ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นเพียงพื้นที่แนะนำหรือจำหน่ายหนังสือ แต่เราต้องการให้เป็น “หอศิลปะ” ในความหมายของพื้นที่เก็บรักษาความทรงจำ เป็นบ้านของหนังสือ บทกวี นักเขียน ต้นฉบับ และมรดกทางความคิดที่สมควรได้รับการดูแล เพื่อให้สิ่งที่คนรุ่นก่อนสร้างไว้ไม่สูญหายไปตามกาลเวลา

หนึ่งในงานสำคัญที่เริ่มต้นพร้อมกับเว็บไซต์นี้ คือ คลังมรดก “ปู่สอนหลาน” ผลงานบทกวีของคนรุ่นก่อนในครอบครัว ซึ่งได้รับการรวบรวม ตรวจสอบ และอนุรักษ์ต้นฉบับ ก่อนนำมาจัดทำเป็นคลังดิจิทัลอย่างเป็นระบบ ปัจจุบันเผยแพร่ผลงานครบ 90 บท เพื่อให้ผู้อ่านรุ่นต่อไปสามารถเข้าถึงได้โดยไม่ต้องพึ่งพาต้นฉบับที่อาจเสื่อมสลายหรือสูญหายไปในวันหนึ่ง

ขณะเดียวกัน เว็บไซต์ยังรวบรวม หนังสือของสำนักพิมพ์ ทั้งงานวรรณกรรม ธรรมะ บทกวี งานแปล และงานทางความคิด พร้อมข้อมูลผู้เขียนและช่องทางเข้าถึง eBook อย่างเป็นทางการ โดยจะทยอยเพิ่มเติมหนังสือฉบับพิมพ์ ผลงานใหม่ ตลอดจนเอกสารและมรดกทางวัฒนธรรมอื่น ๆ ต่อไป

ชื่อ “หอศิลปะมรดกกวีล้านนา” จึงมิได้หมายถึงเพียงสำนักพิมพ์ หากหมายถึงความตั้งใจเล็ก ๆ ที่อยากสร้างสถานที่แห่งหนึ่งไว้ให้ ถ้อยคำ ความทรงจำ และภูมิปัญญาของผู้คนที่จากไปแล้ว ยังมีที่อยู่ และยังสามารถเดินทางไปพบคนรุ่นใหม่ได้

วันนี้บ้านหลังนั้นเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้วครับ

สำนักพิมพ์หอศิลปะมรดกกวีล้านนา
Lanna Heritage Poetry Art House (Publishing)

🌐 https://lannaarthouse.org

ฝากทุกท่านแวะเยี่ยมชม และหากเห็นว่างานเล็ก ๆ แห่งนี้มีคุณค่า ฝากช่วยแบ่งปันเว็บไซต์นี้ให้เดินทางไปถึงผู้ที่รักหนังสือ บทกวี และมรดกทางความคิดด้วยครับ

เพราะบางครั้ง การรักษาหนังสือหนึ่งเล่ม บทกวีหนึ่งบท หรือถ้อยคำของคนคนหนึ่งเอาไว้ อาจเป็นการรักษาความทรงจำของยุคสมัยหนึ่งเอาไว้ด้วย

#สำนักพิมพ์หอศิลปะมรดกกวีล้านนา #LannaArtHouse #LannaHeritagePoetryArtHouse #สำนักพิมพ์ #หนังสือ #บทกวี #มรดกวรรณกรรม #ปู่สอนหลาน #มรดกล้านนา

อักษรธรรมล้านนา Flash Lesson Preservation

 




หลายครั้ง…มรดกทางวัฒนธรรมไม่ได้สูญหายไปเพราะไม่มีคุณค่า
แต่มันค่อย ๆ หายไป เพราะ “เครื่องมือของยุคสมัย” เปลี่ยนไป

ไฟล์ที่เคยเปิดได้
บทเรียนที่เคยใช้สอนได้
เสียง ภาพ ปุ่ม และการเคลื่อนไหวที่เคยมีชีวิต
วันหนึ่งกลับกลายเป็นสิ่งที่คนรุ่นหลังเข้าถึงไม่ได้อีกต่อไป

บทเรียน “อักษรธรรมล้านนา” ชุดนี้ คือหนึ่งในสื่อการเรียนรู้ที่มีคุณค่ามากในอดีต เดิมถูกสร้างขึ้นในรูปแบบ Flash เพื่อใช้เป็นบทเรียนพื้นฐานสำหรับผู้ที่สนใจเรียนรู้อักษรธรรมล้านนา มีทั้งบทนำ พยัญชนะ ตัวสะกด สระ เครื่องหมาย ตัวเลขล้านนา พร้อมรูปภาพ เสียง และปุ่มโต้ตอบที่ช่วยให้ผู้เรียนค่อย ๆ เข้าใจอักษรโบราณชุดนี้อย่างเป็นลำดับ

แต่อย่างที่เราทราบกันดี เมื่อยุคของ Flash สิ้นสุดลง สื่อเหล่านี้ก็เสี่ยงที่จะกลายเป็นเพียงไฟล์เก่าในความทรงจำ
เปิดไม่ได้ ใช้งานไม่ได้ และค่อย ๆ เลือนหายไปจากการเรียนรู้ของผู้คน

อักษรธรรมล้านนาไม่ใช่เพียงตัวหนังสือโบราณ
แต่คือร่องรอยของพระพุทธศาสนา คัมภีร์ใบลาน ชาดก วรรณกรรม ประวัติศาสตร์ โบราณคดี วิถีชีวิต และภูมิปัญญาของผู้คนในดินแดนล้านนา

เมื่อคนอ่านได้น้อยลง
เมื่อคนเขียนได้น้อยลง
สิ่งที่หายไปจึงไม่ใช่แค่ “รูปอักษร”
แต่คือประตูบานหนึ่งที่เชื่อมเราเข้ากับรากวัฒนธรรมของตนเอง

ด้วยเหตุนี้ จึงได้มีการรื้อฟื้นและจัดทำเว็บไซต์
Digital Preservation Archive: อักษรธรรมล้านนา / Lanna Dhamma Script Learning Archive
ขึ้นมาใหม่ เพื่อเก็บรักษาบทเรียน Flash ต้นฉบับเกี่ยวกับอักษรธรรมล้านนา ให้ยังสามารถเปิดเรียนได้บนเว็บเบราว์เซอร์ยุคปัจจุบัน โดยใช้ Ruffle ในการจำลองการทำงานของไฟล์ SWF ให้ใกล้เคียงต้นฉบับมากที่สุด ทั้งลำดับบทเรียน รูปแบบภาพ เสียง การเคลื่อนไหว และปุ่มโต้ตอบเดิม

เราไม่ได้สร้างใหม่เพื่อแทนที่ของเดิม
แต่พยายาม “รักษาของเดิม” ให้ยังมีชีวิตอยู่ต่อไป

ผู้สนใจสามารถเข้าไปเรียนรู้ได้ที่นี่
https://bangplus.github.io/80dhamlanna_ruffle/

ภายในเว็บไซต์มีบทเรียนทั้งหมด 7 ส่วน ได้แก่

00 บทนำอักษรธรรมล้านนา
01 พยัญชนะล้านนา
02 ตัวสะกดล้านนา
03 สระล้านนา
04 เครื่องหมายล้านนา
05 ตัวเลขล้านนา
06 ขอบคุณ

โครงการรื้อฟื้นครั้งนี้ ขอคารวะและระลึกถึงคุณูปการของผู้จัดทำสื่อการเรียนรู้ต้นฉบับ คือ
นายภัฏ กันธิยะวงค์

และขอกราบขอบพระคุณครูบาอาจารย์ ตลอดจนผู้ให้ข้อมูลในการผลิตเว็บไซต์ต้นฉบับทุกท่าน ได้แก่
ศ.ดร. อุดม รุ่งเรืองศรี
พระจตุพล จิตฺตสํวโร
พระศุภชัย ชยสุโภ
อ.เกริก อัครชิโนเรศ
คุณพิชัย แสงบุญ
คุณจารุภัทร ธนาฐิตากร

ท่านเหล่านี้คือผู้มีส่วนสำคัญในการวางรากฐานองค์ความรู้ และสร้างสื่อการเรียนรู้อันทรงคุณค่าไว้ให้คนรุ่นหลังได้สืบต่อ

การอนุรักษ์วัฒนธรรมในยุคดิจิทัล
บางครั้งอาจเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ เพียงการทำให้ “ไฟล์เก่า” กลับมาเปิดได้อีกครั้ง

แต่ความหมายของมัน อาจลึกและไกลกว่านั้นมาก

เพราะทุกตัวอักษรที่ยังถูกอ่าน
คือมรดกที่ยังไม่ตาย

และทุกการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นใหม่
คือการต่ออายุให้ภูมิปัญญาของบรรพชน

การรื้อฟื้นและเผยแพร่ครั้งนี้ สนับสนุนโดย
สำนักพิมพ์หอศิลปะมรดกกวีล้านนา
Lanna Heritage Poetry Art House (Publishing)

9/291 อาคารเดอลาพิสจรัญ 81 ชั้น 14
ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด
กรุงเทพมหานคร 10700 ประเทศไทย
โทรศัพท์: 080-591-2910
Email: lannaheritagepoetryarthouse@gmail.com
Website: lannapoet.blogspot.com

#อักษรธรรมล้านนา #อักษรล้านนา #ภาษาล้านนา #ล้านนา #มรดกล้านนา #วัฒนธรรมล้านนา #คัมภีร์ใบลาน #ใบลาน #DigitalPreservation #LannaHeritage #LannaDhammaScript #หอศิลปะมรดกกวีล้านนา

ตามใจน้ำสิไหลไปตามฮ่อม



หาบบ่หนัก ตักบ่เต็ม เค็มบ่จืด มืดบ่แจ้ง

(หาบไม่หนัก ตักไม่เต็ม เค็มก็ไม่จืด มืดก็ไม่สว่าง)

ผญาบทนี้
เหมือนคำสั้น ๆ
แต่จริงแล้ว…อธิบาย “ทั้งชีวิต”


หาบบ่หนัก

บุญกุศล…ยิ่งมี ยิ่งดี

คำว่า “หาบ”
คือสิ่งที่เราสะสมไว้กับใจ

ถ้าเป็นบุญ
เป็นความดี
เป็นสติปัญญา

ยิ่งมาก…ยิ่งเบา

พระพุทธองค์จึงไม่ให้พอใจในกุศล
ให้ทำต่อไป
จนถึงที่สุดแห่งทุกข์


ตักบ่เต็ม

โลภ…ไม่มีวันพอ

ไม่ว่าจะตักใส่เท่าไหร่
ก็ไม่เคยเต็ม

แค่ “ปากเดียว”
ก็ยังไม่พอ

แล้วยังมี
ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

ยิ่งเติม
ยิ่งอยาก

นี่คือธรรมชาติของตัณหา

เติมเท่าไหร่…ก็ไม่เต็ม


เค็มบ่จืด

ความดี…อยู่ที่ไหนก็ยังเป็นความดี

เหมือนเกลือ
แม้ใส่นิดเดียวก็ยังเค็ม

คนที่มีคุณธรรม
อยู่ที่ไหนก็ยังงดงาม

ไม่ต้องอวด
ไม่ต้องประกาศ

เพราะความดี
มีรสของมันเอง


มืดบ่แจ้ง

โมหะ…ทำให้มองไม่เห็น

ความหลง
ทำให้

  • เห็นของไม่เที่ยง ว่าเที่ยง

  • เห็นทุกข์ ว่าเป็นสุข

  • เห็นสิ่งไม่มีตัวตน ว่าเป็นเรา

จิตจึงมืด
แม้มีตา…ก็เหมือนไม่เห็น


ผญาบทนี้
จึงสรุปทั้งเส้นทางชีวิตไว้ในสี่คำ

  • ทำดี…อย่าหยุด

  • อยาก…ไม่มีวันพอ

  • ความดี…ซ่อนยังไงก็ไม่หาย

  • ความหลง…ทำให้มืดมน


สุดท้ายแล้ว
ชีวิตจะหนักหรือเบา
ไม่ได้อยู่ที่สิ่งที่เรามี

แต่อยู่ที่
ใจเรากำลังแบกอะไรอยู่

ถ้าแบกกุศล
ใจจะเบา

ถ้าแบกตัณหา
ใจจะไม่เคยเต็ม

และถ้ายังมืดด้วยอวิชชา
ก็จะวนอยู่เช่นนี้…ไม่รู้จบ

ด้วยความรู้สึกตัว 🌱

ตามใจน้ำสิไหลไปตามฮ่อม บ่ฮ่อนไหลผ่านขึ้นเมืองฟ้าฮอดดอยดอกตี้

 



          

 ตามใจน้ำสิไหลไปตามฮ่อม
(น้ำย่อมไหลลงที่ต่ำเสมอ)
บ่ฮ่อนไหลผ่านขึ้นเมืองฟ้าฮอดดอยดอกตี้

(ไม่อาจไหลขึ้นสู่ยอดเขาได้เอง)

ผญาบทนี้
เปรียบ “ใจ” ได้อย่างลึกซึ้งที่สุด

ธรรมชาติของน้ำ
คือไหลลงต่ำ

ธรรมชาติของใจ
ก็เช่นกัน

มันจะไหลไปหา

  • ความสบาย

  • ความเพลิดเพลิน

  • รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส

  • ความคิดที่อยากให้เป็น

โดยไม่ต้องฝึก
ไม่ต้องพยายาม

แค่ “ปล่อย”
มันก็ไหลไปเอง


แต่ปัญหาคือ

ที่ต่ำของใจ
ไม่ใช่ที่สงบ

แต่คือ

โลภ
โกรธ
หลง
ความอยาก
ความยึด

และสุดท้าย
ก็ไหลลงสู่

ความทุกข์
ความเศร้า
ความเกิด
ความตาย


ผญาจึงเตือนว่า

อย่าตามใจตัวเอง

เพราะการตามใจ
คือการปล่อยให้น้ำไหล

และน้ำจะไม่ไหลขึ้นที่สูงเอง


ถ้าอยากให้จิตสูงขึ้น
ต้องมี “การทดน้ำ”

เหมือนสร้างเขื่อน
เหมือนผันน้ำ

ในทางธรรม
สิ่งนั้นเรียกว่า

มรรค

การวางจิตเป็นกลาง
ไม่ไหลตามความคิด
ไม่ไหลตามอารมณ์
ไม่ดีใจเกิน
ไม่เสียใจเกิน


นี่คือ “การทวนกระแส”

ทวนความเคยชิน
ทวนตัณหา
ทวนความอยาก

ตอนแรกจะฝืน
จะหนัก
จะยาก

แต่เมื่อทำได้

จิตจะไม่ไหล
แต่ “ตั้งมั่น”


เมื่อจิตไม่ไหลไปตามการปรุงแต่ง

วงจรของ

คิด → อยาก → ยึด → ทุกข์

ก็จะหยุด

เหมือนน้ำที่ถูกหยุดการไหล


ผญานี้จึงชี้ตรงไปที่หัวใจของธรรมะว่า

ไม่ต้องไปแก้ที่ปลายทางของทุกข์
แค่หยุดการ “ไหล” ของจิต

เมื่อจิตไม่ไหล
สังสารวัฏก็หยุด

ไม่มีเกิด
ไม่มีตาย
ไม่มีทุกข์ให้วิ่งตามอีก


เส้นทางนี้
ไม่ใช่ทางง่าย

แต่เป็นทางเดียว
ที่พาออกจากทะเลทุกข์ได้จริง

ด้วยความรู้สึกตัว 🌱

สุภาษิตล้านนา : คำบ่าเก่าล้านนา


🌿 หมวดปัญญาและการพิจารณา

ก้นหม้อบ่ฮ้อน บ่เป็นแต่ไห มันเป็นแต่ไฟ บ่าใจ้กับหม้อ
(อย่าด่วนตัดสินปัญหา ควรพิจารณาที่เหตุ ไม่ใช่เพียงปลายเหตุ)

จิ้นบ่เน่าหนอนบ่จี คำบ่มีเขาบ่ว่า
(ถ้าไม่มีเหตุ ย่อมไม่มีผล)

คิดว่าตั๋วหล๊วกคือคนง่าว คิดว่าตั๋วง่าวคือคนหล๊วก
(อวดรู้คือโง่ คนฉลาดแท้มักอ่อนน้อม)


🌿 หมวดการดำเนินชีวิต

กิ๋นแล้วหื้อเก็บ เจ็บแล้วหื้อจำ
(เก็บเกี่ยวประสบการณ์ไว้เป็นบทเรียน)

เกิดเป็นคนขึ้นห้วยหื้อสุด ขุดฮูไหนหื้อตึก
(ทำสิ่งใดให้ถึงที่สุด)

ข้ามขัวยังบ่ป้น อย่าฟั่งห่มกันแยงเงา
(งานยังไม่สำเร็จ อย่าเพิ่งโอ้อวด)

เผื่อฮุ้คิง น้ำปิงปอแห้ง
(รู้ตัวอีกทีก็สายเกินแก้)


🌿 หมวดการพึ่งพาและสังคม

กล้วยคาง่าม ง่ามคากล้วย
(คนเราต้องพึ่งพาอาศัยกัน)

ไม้ต้นเดียวบ่เป๋นก๋อ ป๋อต้นเดียวบ่เป๋นเหล่า
(งานใหญ่ทำคนเดียวไม่ได้ ต้องอาศัยกัน)

เก็บผักหื้อเอาตึงเครือ เก็บบ่าเขือหื้อเอาตึงขวั๊น
(ทำอะไรให้ครบ อย่าทิ้งส่วนที่ยังมีคุณค่า)


🌿 หมวดคนและนิสัยใจคอ

ขี้ควายไหลตวยน้ำ
(โลเล ไม่มั่นคง)

คนง่าวบ่มี คนผะหยาดีก็ง่อม
(ความโง่กับความฉลาดเป็นของคู่กัน)

คนใบ้ใช้หลายเตื่อ
(คนไม่เข้าใจ ต้องสอนซ้ำหลายครั้ง)

คนอู้ได้ปากนัก อมแพะเต็มปากยังบ่ฮู้ตัว
(คนพูดมาก มักห้ามยาก)


🌿 หมวดความระมัดระวัง

ปลาแห้งไกล้แมว แมวบ่กิ๋นแมวง่าว สาวใกล้บ่าว บ่าวบ่าหยุบก็ซวาม
(อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน)

ขอนบ่มีเห็ด ไผตึงบ่เข้าไกล้
(ของไร้ประโยชน์ ย่อมไม่มีใครสนใจ)


🌿 หมวดคุณค่าและศักดิ์ศรี

ของกิ๋นลำอยู่ที่คนมัก ของจักฮักอยู่ที่เปิงใจ
(ดีหรือไม่ดี อยู่ที่ใจ)

แก่เพราะกิ๋นข้าว เฒ่าเพราะเกิดเมิน
(อายุสูงควรมาพร้อมคุณค่าและปัญญา)

ตูบน้อยไผว่าบ่มีผี คนงามคนดีไผว่าบ่มีเจ้าของ
(คนดี ย่อมเป็นที่หมายปอง)


🌿 หมวดเตือนใจเชิงอุปมา

แก่นตาควักออก เอาบ่ากอกเข้ายัด
(ทิ้งของมีค่า ไปคว้าของไร้ค่า)

สอนเปิ้นไต่ขัว ตั๋วกลั๋วตกน้ำ
(สอนคนอื่น แต่ตนเองไม่กล้าทำ)

หล็วกใส่ตั๋ว เอาหัวเข้าฮ่ม
(ฉลาดเพื่อตัวรอด แต่ไม่เหลียวแลผู้อื่น)


🌿 ว่าด้วยช่วงชีวิตมนุษย์ (คติอายุ)

สิบปี — อาบน้ำบ่ฮู้หนาว
ซาวปี — แอ่วสาวบ่ก้าย
สามสิบปี — บ่หน่ายสังขาร
สี่สิบปี — ยะก๋านเหมือนฟ้าผ่า
ห้าสิบปี — สาวน้อยด่าบ่เจ็บใจ๋
หกสิบปี — ไอเหมือนฟานโขก
เจ็ดสิบปี — บ่าโหกเต๋มตั๋ว
แปดสิบปี — ไขหัวเหมือนไห้
เก้าสิบปี — พ้องไขอยู่พ้องไขต๋าย


คำสอนล้านนา : คติชีวิตจากคำเมือง


๑. กันเข้าวัดหื้ออู้กำผาชญ์ กันเข้ากาดหื้อเป๋นป้อก๊า

คำแปล
ถ้าเข้าวัดให้พูดจาภาษานักปราชญ์ ถ้าเข้าตลาดให้ทำตัวเป็นพ่อค้า

ความหมาย
อยู่ในสังคมไหน ให้ปฏิบัติตัวกลมกลืนกับสังคมนั้น
เหมือนภาษิตไทยว่า เข้าเมืองตาหลิ่ว ให้หลิ่วตาตาม


๒. กิ๋นส้มบ่ดีฮาน กิ๋นหวานบ่ดีป้ำ

คำแปล
จะกินผลไม้เปรี้ยวไม่ควรทอนกิ่ง จะกินผลไม้หวานไม่ควรล้มต้น

ความหมาย
ไม่ควรทำลายหรือทำร้ายผู้มีพระคุณ


๓. กิ๋นหื้อปอต๊อง หย้องหื้อปอตั๋ว

คำแปล
กินให้พอดีท้อง แต่งกายให้พอดีตัว

ความหมาย
ทำอะไรให้รู้จักประมาณตน ไม่ทำเกินตัว


๔. กิ๋นหื้อปอคาบ หาบหื้อปอแฮง แป๋งหื้อปอใจ๋ ไข้หื้อปอนอน

คำแปล
กินให้พอมื้อ หาบให้พอแรง ทำให้พอใจ ป่วยให้พอพัก

ความหมาย
ทำสิ่งใดให้เต็มที่ตามกำลังของตนเอง


๕. กำจ่มกำด่ามีก้าเสี้ยงตี้ ถ้าฟังบ่ดีมันตึงบ่ม่วนหู

คำแปล
คำบ่นคำด่ามีค่าที่สุด แม้ฟังไม่เพราะหู

ความหมาย
คำตักเตือนของพ่อแม่และผู้ใหญ่ คือคำสอนที่มีคุณค่า


๖. เก็บผักหื้อเอาตึงเครือ เก็บบ่าเขือหื้อเอาตึงขวั้น

คำแปล
เก็บผักให้เอาทั้งเถา เก็บมะเขือให้เอาทั้งขั้ว

ความหมาย
รักใครให้รักทั้งครอบครัว ไม่ทอดทิ้งคนรอบข้างของเขา


๗. ของจักเสียหื้อรีบไจ๊ ของจักได้หื้อรีบเอา

คำแปล
ของที่จะเสียให้รีบใช้ ของที่จะได้ให้รีบเอา

ความหมาย
รู้จักจัดลำดับความสำคัญ และคว้าโอกาสเมื่อมาถึง


๘. คนตกต่ำต่าวนอนหงาย บ่ดีก๋ายเหยียบข้าม

คำแปล
คนล้มอย่านำไปเหยียบข้าม

ความหมาย
อย่าซ้ำเติมคนที่พลาดพลั้งหรือตกต่ำ


๙. ไค่หล็วกหื้ออยู่ใกล้นักผาชญ์ ไค่ฉลาดหื้อหัดไจ๊อ่องออ

คำแปล
อยากรอบรู้ให้อยู่ใกล้นักปราชญ์ อยากฉลาดให้ฝึกใช้สมอง

ความหมาย
เรียนรู้จากผู้รู้ และฝึกคิดด้วยตนเองเสมอ


๑๐. จะไปหล็วกก่อนหมอ จะไปซอก่อนปี่

คำแปล
อย่าฉลาดก่อนหมอ อย่าซอก่อนปี่

ความหมาย
อย่าทำก่อนกำหนดแนวทาง หรือก่อนผู้รู้จะชี้นำ


๑๑. จะไปเปิดเสื้อหื้อเปิ้นหันหลัง จะไปลอกหนังหื้อเปิ้นหันจิ๊น

คำแปล
อย่าเปิดเรื่องในให้คนเห็น

ความหมาย
เรื่องส่วนตัวหรือเรื่องภายใน ไม่ควรเปิดเผยโดยไม่จำเป็น


๑๒. จะหนีหื้อเปิ้นเสียดาย จะต๋ายหื้อเปิ้นเล่าไว้

คำแปล
จากไปให้คนเสียดาย ตายไปให้คนกล่าวขาน

ความหมาย
อยู่ให้เป็นประโยชน์ และมีคุณค่าต่อผู้อื่น


๑๓. ไต่ขัวบ่ป๊น จะไปฟั่งห่มก้นโยนฮาว

คำแปล
ข้ามสะพานยังไม่พ้น อย่าเพิ่งดีใจ

ความหมาย
งานยังไม่เสร็จ อย่าเพิ่งประมาทหรือสรุปก่อนเวลา


๑๔. ตอกสั้นหื้อมัดตี้กิ่ว สิ่วสั้นหื้อสิ่วไม้บาง

คำแปล
ใช้เครื่องมือให้เหมาะกับงาน

ความหมาย
ทำสิ่งใดให้เหมาะกับสภาพและบริบท


๑๕. นกบ่บินจะไปเขิงปีกอ้า ควายบ่กิ๋นหญ้า จะไปเต้กเขามันลง

คำแปล
อย่าฝืนให้ทำในสิ่งที่ไม่เต็มใจ

ความหมาย
อย่าบังคับผู้อื่นเกินความพร้อมของเขา


๑๖. ปี้น้องผิดกั๋น เหมือนพร้าฟันน้ำ

คำแปล
พี่น้องทะเลาะกัน เหมือนมีดฟันน้ำ

ความหมาย
สายเลือดยังไงก็ตัดไม่ขาด สอนให้รักและให้อภัยกัน


๑๗. เว้นหมาหื้อปอศอก เว้นวอกหื้อปอวา เว้นคนปาลาหื้อไกล๋แสนโยชน์

คำแปล
หลีกภัยให้ห่าง โดยเฉพาะคนพาล

ความหมาย
สิ่งอันตรายควรหลีกเลี่ยงให้ไกลที่สุด


๑๘. เหล็กบ่เหลี้ยมเปิ้นบ่เอาจี คนบ่ดีเปิ้นบ่เอามาไจ๊

คำแปล
ของไม่ดี คนไม่ดี ใครก็ไม่เลือกใช้

ความหมาย
คุณภาพคือสิ่งสำคัญ ทั้งคนและงาน


๑๙. อย่าเอาคนใบ้นำหน้า อย่าเอาคนต๋าบอดนำทาง

คำแปล
อย่าให้คนไม่รู้ นำทางคนอื่น

ความหมาย
ผู้นำต้องมีความรู้และความเข้าใจ


๒๐. อย่าอวดสูงกว่าป้อแม่ อย่าอวดแก่กว่าอาจารย์

คำแปล
อย่าอวดเหนือกว่าผู้มีพระคุณ

ความหมาย
ให้เคารพผู้เลี้ยงดูและผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา



ผญา กวีของคนมีสติปัญญา


 “ผญา”

อ่านว่า ผะ-หญา
มาจากคำว่า ปัญญา หรือ ปรัชญา

ผญาในความหมายนี้ มิใช่เพียงถ้อยคำไพเราะ
แต่คือ กวีของคนมีสติปัญญา
เป็นภาษาของผู้มีเชาว์ มีไหวพริบ มีภูมิธรรม
เมื่อจะเอื้อนเอ่ยท่าทีต่อสิ่งใด
ก็เอื้อนเอ่ยอย่างคมคาย
ให้ถ้อยคำมีอรรถรส
เผยให้เห็นชั้นเชิงของผู้พูด
และภูมิชั้นของความเป็นปราชญ์ในเรื่องนั้น ๆ

ผญาภาษิตอีสาน–ลาวล้านช้าง
คือคำพังเพยเชิงปริศนา
ที่แฝงความจริงอันเป็น สุจธรรม
ฟังแล้วไพเราะ
อ่านแล้วได้คติ
ชวนให้หยุดคิดทุกครั้งที่พบเจอ

หากสันนิษฐานตามร่องรอยทางวัฒนธรรม
ผญาเหล่านี้อาจเป็น วลีธรรม
เป็นคำอุทาน คำสอน คำสะกิดใจ
ของเถราจารย์ นักปราชญ์ ผู้คงแก่เรียน
ซึ่งอาจเทียบได้กับ เถรคาถา ของพุทธสาวก
หรือ โกอาน ปริศนาธรรมในแบบเซน

เป้าหมายไม่ใช่การอธิบาย
แต่เพื่อให้ เกิดการขบคิด
เกิด ทิฏฐิปัตตะ
นำไปสู่การเห็นแจ้ง
หรือสิ่งที่เรียกว่า ซาโตริ

สำหรับผู้ที่เป็นนักปฏิบัติธรรม
อารมณ์สมาธิของเขา
เปรียบเหมือนแว่นขยาย
ที่ส่องให้เห็นความลับ
ซึ่งซ่อนอยู่ในรูปของผญา

ผญาภาษิตจึงมิใช่ถ้อยคำธรรมดา
แต่เป็น ลายแทง
ที่ชี้ไปสู่ขุมทรัพย์อันประณีต
คือ อริยทรัพย์ภายใน

แม้ผญาจะไม่ใช่แผนที่
ที่แจกแจงเส้นทางธรรมอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
ไม่ใช่คำอธิบายวิปัสสนาญาณตามตำรา
แต่ผญาคือ ความคิดรวบยอด
ในอารมณ์ภาวนา

อย่างน้อยที่สุด
มันคือถ้อยคำที่ช่วย “กระตุกใจ”
ให้เกิดการตื่นรู้แบบฉับพลัน
หรือช่วยเขี่ยไฟแห่งความเพียร
ที่ใกล้มอดดับ
ให้ลุกโพลงขึ้นมาอีกครั้ง

ดังผญาที่ว่า

“เต่าบ่ไป
ให้เอาไฟจูดก้น”

ล้านนา – ล้านช้าง รากเดียวกันของแผ่นดิน ภาษา และปัญญาชีวิต

  ล้านนา – ล้านช้าง


รากเดียวกันของแผ่นดิน ภาษา และปัญญาชีวิต


ก่อนจะมีเส้นพรมแดน

ก่อนจะมีคำว่า “ประเทศ”

แผ่นดินแถบนี้เคยมีเพียงผู้คน ภาษา และวิถีชีวิต

ที่ไหลเวียนไปตามลุ่มน้ำ ป่าเขา และฤดูกาล


  ล้านนา   และ   ล้านช้าง  

มิได้แยกจากกันตั้งแต่ต้น

หากเป็นแขนงของต้นไม้ต้นเดียวกัน

ที่แตกกิ่งงอกงามอยู่คนละฟากภูเขา คนละสายธาร


ภาษาพูดใกล้กัน

อักษรธรรมอ่านถึงกัน

พุทธศาสนาเถรวาทเป็นแก่นเดียว

ผี–ขวัญ–ความเชื่อพื้นบ้านวางอยู่เคียงพุทธธรรมอย่างกลมกลืน


เมื่อฟังคำเมืองล้านนา

คนลาวเข้าใจ

เมื่ออ่านผญาล้านช้าง

หัวใจคนล้านนาก็สะเทือน


เพราะนี่คือ   ภาษาของชีวิต  

ไม่ใช่ภาษาของอำนาจ


   


   “ผญา” : ปรัชญาชาวบ้านที่ยืนยาวกว่าราชอาณาจักร


ถ้าล้านนาเด่นในคำสอน กาพย์กลอน คัมภีร์ใบลาน

ล้านช้างก็มี “ผญา”

ถ้อยคำสั้น ๆ ที่สั่งสมภูมิปัญญาหลายชั่วคน

เป็นคำสอนที่ไม่ต้องเข้าวัดก็ได้ธรรม

ไม่ต้องอ่านออกเขียนได้ก็เข้าใจชีวิต


ผญาไม่ได้สอนให้เป็นนักปราชญ์

แต่สอนให้เป็น   คนไม่ลืมคน  


  คันเจ้าได้อยู่ยอดฟ้าผาสาทประดับมุข

  อย่าได้ลืมเฮียมทุกข์ผู้ขี่ควายคอนกล้า


เมื่อได้สูง อย่าลืมคนต่ำ

เมื่อได้ดี อย่าลืมคนลำบาก

คำสอนนี้ไม่ต้องแปล

เพราะโลกวันนี้ยังต้องการอยู่เสมอ


   


   ความดีงามที่ไม่ต้องหรูหรา


ผญาไม่ได้สรรเสริญความร่ำรวย

แต่เตือนให้รู้จัก   ความพอดี  


  คันได้กินลาบซิ้นอย่าลืมแจ่วแพวผัก

  ได้กินพาเงินพาคำอย่าลืมกระเบียนฮ้าง


กินของดี อย่าดูแคลนของบ้าน ๆ

ได้ภาชนะเงินทอง อย่าลืมกระด้งผุ

นี่คือการสอนให้   ถ่อมตนโดยไม่ต้องสั่ง  


   


   เปลือกนอกไม่ใช่สาระ


ผญารู้เท่าทันมนุษย์มานาน

รู้ว่าความงาม ความดี ความรู้

ไม่จำเป็นต้องส่งเสียงดัง


  เกลี้ยงแต่นอก ทางในเป็นหมากเดื่อ

  หวานนอกเนื้อในส้มดั่งหมากนาว


คำพูดดี รูปลักษณ์งาม

อาจไม่เท่าความจริงใจและการกระทำ


   


   ความรู้ที่ไม่ใช้ ก็ไม่ต่างจากไม้ตีผิดที่


ผญาไม่ปฏิเสธความรู้

แต่เตือนให้ใช้ให้เป็น


  คนผู้มีความฮู้ ซูซีเฮ็ดบ่แหม่น

  ความฮู้มีท่อแผ่นฟ้า เป็นบ้าท่อแผ่นดิน


รู้มากแต่ใช้ไม่เป็น

ก็พาตัวเองหลงทาง


   


   ผญา : สะพานเชื่อมล้านนา–ล้านช้างในวันนี้


ในวันที่โลกหมุนเร็ว

คำสอนสมัยใหม่พรั่งพรู

ผญายังคงยืนอยู่เงียบ ๆ

เหมือนผู้เฒ่าที่ไม่แย่งไมค์ใคร

แต่พูดทีเดียว คนฟังเงียบทั้งวง


ผญาไม่ใช่ของลาวอย่างเดียว

ไม่ใช่ของล้านช้างเท่านั้น

แต่คือ   มรดกปัญญาของคนไททั้งผืนแผ่นดิน  


การเผยแผ่ผญา

จึงไม่ใช่การย้อนอดีต

แต่คือการพา “ราก”

กลับมาหล่อเลี้ยง “ปัจจุบัน”


และนี่เอง

คือภารกิจของ   หอศิลปะมรดกกวีล้านนา  

ที่จะทำให้ถ้อยคำเก่า

ยังมีชีวิตในหัวใจคนรุ่นใหม่



รางวัลภูมิแผ่นดินปิ่นล้านนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประจำปี ๒๕๖๗ สาขาภาษาและวรรณกรรม

 ขอแสดงความยินดีด้วยหัวใจ๋อย่างยิ่ง

กับ **อาจารย์ป้อครูสีหมื่น – พ่อครูเฉลิมเวศน์ อูปธรรม**
ในโอกาสได้รับ **รางวัลภูมิแผ่นดินปิ่นล้านนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประจำปี ๒๕๖๗
สาขาภาษาและวรรณกรรม** 🌿

รางวัลนี้บ่ได้เป็นเพียงเครื่องหมายแห่งเกียรติยศ
แต่คือการยืนยันคุณค่าของ “ภาษาและวรรณศิลป์ล้านนา”
ที่อาจารย์ป้อครูได้อุทิศชีวิต ฟื้นฟู สืบสาน และถ่ายทอด
ด้วยหัวใจ๋ของครูแท้ ผู้บ่เพียงสอนภาษา
แต่สอนให้คนฮู้จักรากเหง้า ฮู้จักความงาม
และฮู้จักความเป็นตัวตนของล้านนา

ภาษาล้านนา บทกวี คำเมือง
ได้มีลมหายใจ มีศักดิ์ศรี และยืนหยัดอยู่ในสังคมร่วมสมัย
ก็ด้วยแรงศรัทธาและความเพียรของครูบาอาจารย์เช่นนี้

**หอศิลปมรดกกวีล้านนา**
ขอร่วมอนุโมทนาและแสดงความยินดี
ต่อแบบอย่างของผู้ทรงคุณูปการ
ผู้เป็นเสาหลักทางจิตวิญญาณและวัฒนธรรมของแผ่นดินเหนือ

ขอคุณความดีแห่งภาษา
และปัญญาแห่งวรรณศิลป์
จงคุ้มครองอาจารย์ป้อครูศรีหมื่นตวย
ให้มีสุขภาพแข็งแรง เป็นร่มเงาแก่ลูกหลาน
และเป็นแสงไฟส่องทางให้วัฒนธรรมล้านนา
งดงาม สงบ และยืนยาวสืบไปเน้อครับ 🙏🌸

#ภูมิแผ่นดินปิ่นล้านนา
#พ่อครูเฉลิมเวศน์อูปธรรม
#ภาษาและวรรณกรรมล้านนา
#หอศิลปมรดกกวีล้านนา
#สืบสานศิลป์ถิ่นล้านนา


Pre-Order หนังสือ “Awareness in Action” (ฉบับแปลภาษาไทย)

 

📢 แจ้งสำหรับทุกท่านที่ Pre-Order หนังสือ “Awareness in Action”
(ฉบับแปลภาษาไทย)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมสนับสนุนและแสดงความสนใจ
หนังสือ “Awareness in Action” (การตื่นรู้แบบพุทธที่ประจักษ์แจ้งโดยนักจิตวิทยาอเมริกา)
แปลโดย พระอาจารย์ทวีวัฒน์ สุขวฑฺฒโน
จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์หอศิลปะมรดกกวีล้านนา 🙏
---
📝 ขั้นตอนสำคัญสำหรับผู้ที่ลงชื่อ Pre-Order แล้ว
สำหรับทุกท่านที่เคย
✔️ ลงชื่อไว้ในคอมเมนต์ Facebook
✔️ หรือส่งข้อความ (Inbox) เข้ามา
ขอความกรุณาเข้าไปลงทะเบียนที่อยู่และยืนยันการสั่งซื้อผ่านแบบฟอร์มอย่างเป็นทางการที่นี่
👉 แบบฟอร์มลงชื่อ Pre-Order
เพื่อความถูกต้องในการจัดพิมพ์ การจัดส่ง และการตรวจสอบการชำระเงิน
กรุณาลงชื่อและโอนเงินภายในวันที่ 15 มกราคม 2569
---
📖 รายละเอียดการ Pre-Order
ราคา Pre-Order พิเศษ: เล่มละ 100 บาท
ค่าจัดส่ง: ตามรูปแบบที่เลือก
หนังสือคาดว่าจะจัดพิมพ์เสร็จ: ภายใน 31 มกราคม 2026
เริ่มจัดส่งหนังสือ: ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569
เงื่อนไข
หากหนังสือชำรุด หรือไม่ได้รับสินค้า จะจัดส่งให้ใหม่
หากเกิดเหตุสุดวิสัยไม่สามารถจัดส่งได้ ขอสงวนสิทธิ์คืนเงินและยกเลิกการ Pre-Order
---
🔎 ตรวจสอบคำสั่งซื้อและสถานะ
หลังจากลงชื่อแล้ว ทุกท่านสามารถ
✔️ ตรวจสอบคำสั่งซื้อ
✔️ ตรวจสอบสถานะการโอนเงิน (รอเจ้าหน้าที่อัปเดต)
✔️ ตรวจสอบสถานะการจัดส่งและเลขพัสดุ
ได้ด้วยตนเองที่ลิงก์นี้
👉 ตรวจสอบสถานะคำสั่งซื้อ
---
ขอขอบพระคุณทุกท่านอีกครั้ง
ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการเผยแผ่ธรรมะ
และช่วยกันส่งต่อหนังสือเล่มนี้ให้ถึงมือผู้คนอย่างถูกต้องและเป็นระบบ 🌱
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ทาง Inbox เพจ
หอศิลปะมรดกกวีล้านนา

ประกาศจัดตั้งทะเบียนพาณิชย์ — หอศิลปะมรดกกวีล้านนา

วันนี้เป็นอีกก้าวหนึ่งที่มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับผมและเพจหอศิลปะมรดกกวีล้านนา 🌿✨

หลังจากที่ตั้งใจทำงานด้านศิลปะ วรรณกรรม และการเผยแผ่ธรรมะมานาน วันนี้ “หอศิลปะมรดกกวีล้านนา” ได้จดทะเบียนพาณิชย์อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว

หอศิลปะมรดกกวีล้านนา
เลขทะเบียนพาณิชย์: 3501200312414
ประเภทกิจการ: สำนักพิมพ์ / จำหน่ายหนังสือ

การจัดตั้งครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการเริ่มต้นกิจการ
แต่เป็นการ “ตั้งบ้าน” แห่งใหม่ให้แก่ศิลปะและธรรมะที่เรารัก
เพื่อให้ทุกงานเขียน ทุกตัวอักษร และทุกหนังสือ
ได้เดินทางไปหาผู้คนอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และยั่งยืน

ผมขอขอบพระคุณทุกคนที่สนับสนุนเพจนี้มาตลอด
ทั้งผู้อ่าน ผู้ติดตาม ครูบาอาจารย์ และกัลยาณมิตรทุกท่าน
ทุกแรงใจคือสิ่งที่ผลักดันให้ผมเดินมาถึงจุดนี้ได้ 🙏💛

จากวันนี้ “หอศิลปะมรดกกวีล้านนา”
จะทำงานในฐานะ สำนักพิมพ์เต็มรูปแบบ
เพื่อผลิตหนังสือธรรมะ–ศิลปะ–วรรณศิลป์
ที่งดงาม ซื่อตรง และมีหัวใจ

ท้ายนี้ ขอนำใบทะเบียนพาณิชย์ฉบับจริงมาให้ทุกท่านได้ร่วมเป็นสักขีพยาน
ถือเป็นจุดเริ่มต้นบทใหม่ที่งดงามของเพจเล็ก ๆ แห่งนี้ 🌿📖✨

#หอศิลปะมรดกกวีล้านนา
#สำนักพิมพ์
#ธรรมะเพื่อชีวิต
#ศิลปะและวรรณศิลป์
#เส้นทางเล็กๆที่งดงาม




อักษรธรรมล้านนา ตัวธัมม์ หรือ ตั๋วธรรม (ᨲ᩠ᩅᩫᨵᨾ᩠ᨾ᩼​ หรือ ᨲ᩠ᩅᩫᨵᩢᨾ᩠ᨾ᩼) ตั๋วเมือง (ᨲ᩠ᩅᩫᨾᩮᩬᩥᨦ​; )

วรรค อักษร รูปตัวเชิง ชื่ออักษร ปริวรรตเป็นอักษรไทย ปริวรรตเป็นอักษรละติน สัทอักษร ไตรยางศ์
คำอ่าน สัทอักษร พยัญชนะต้น ตัวสะกด พยัญชนะต้น ตัวสะกด พยัญชนะต้น ตัวสะกด
  1. วรรค ก
ᨠ ◌᩠ᨠ ก๋ะ [kǎ] ก แม่กก k k [k] [k̚] สูง
ᨡ ◌᩠ᨡ ข๋ะ [xǎ], [kʰǎ] ข แม่กก x, kh k [x], [kʰ] [k̚] สูง
ᨢ[a] — ฃ๋ะ [xǎ] ฃ แม่กก x, kh — [x] [k̚] สูง
ᨣ ◌᩠ᨣ ก๊ะ [ka᷇] ค แม่กก k k [k] [k̚] ต่ำ
ᨤ[a] — คะ, ฅะ [xa᷇] ฅ แม่กก x, kh — [x] [k̚] ต่ำ
ᨥ ◌᩠ᨥ ฆะ [xa᷇], [kʰa᷇] ฆ แม่กก x, kh k [x], [kʰ] [k̚] ต่ำ
ᨦ ◌᩠ᨦ งะ [ŋa᷇] ง แม่กง ng ng [ŋ] [ŋ] ต่ำ
2. วรรค จ ᨧ ◌᩠ᨧ จ๋ะ [t͡ɕǎ] จ แม่กด j, c t [t͡ɕ] [t̚] สูง
ᨨ -᩠ᨨ ส๋ะ, ฉ๋ะ [sǎ], [t͡ɕʰǎ] ฉ - s, ch — [s], [t͡ɕʰ] — สูง
ᨩ -᩠ᨩ จ๊ะ [t͡ɕa᷇] ช แม่กด j, c t [t͡ɕ] [t̚] ต่ำ
ᨪ[a] — ซะ [sa᷇] ซ แม่กด s t [s] [t̚] ต่ำ
ᨫ , , -᩠ᨫ ซะ, ชะ, ฌะ [sa᷇], [t͡ɕʰa᷄] ฌ แม่กด s, ch t [s], [t͡ɕʰa᷄] [t̚] ต่ำ
ᨬ -᩠ᨬ ญะ

(เสียงนาสิก)

[ɲa᷇] ญ แม่กน ny, y n [ɲ], [j][b] [n] ต่ำ
3. วรรค ฏ ᨭ -᩠ᨭ ระฏ๋ะ [lǎ.tǎ] ฏ, ฎ แม่กด t t [t] [t̚] สูง
ᨮ , -᩠ᨮ , -ᩛ[c] ระฐ๋ะ [lǎ.tʰǎ] ฐ แม่กด th t [tʰ] [t̚] สูง
ᨯ -᩠ᨯ ระฑะ, ด๊ะ [dǎ] ฎ, ฑ, ด แม่กด d, th[d] t [d], [tʰ][d] [t̚] กลาง
ᨰ -᩠ᨰ ระฒะ [lǎ.tʰa᷇] ฒ แม่กด th t [tʰ] [t̚] ต่ำ
ᨱ -᩠ᨱ ระณะ [lǎ.na᷇] น แม่กน n n [n] [n] ต่ำ
4. วรรค ต ᨲ -᩠ᨲ ต๋ะ [tǎ] ต แม่กด t t [t] [t̚] สูง
ᨳ -᩠ᨳ ถ๋ะ [tʰǎ] ถ แม่กด th t [tʰ] [t̚] สูง
ᨴ -᩠ᨴ ต๊ะ [ta᷇] ท แม่กด t t [t] [t̚] ต่ำ
ᨵ -᩠ᨵ ธะ [tʰa᷇] ธ แม่กด th t [tʰ] [t̚] ต่ำ
ᨶ -᩠ᨶ นะ [na᷇] น แม่กน n n [n] [n] ต่ำ
5. วรรค ป ᨷ -᩠ᨷ , -ᩝ บ๋ะ [a] [bǎ] บ แม่กบ b p [b][e] [p̚] กลาง
-᩠ᨷ ป๋ะ[f] [pǎ] ป แม่กบ p p [p][f][9][10] [p̚] สูง[10][9]
ᨸ[a][g]  – ป๋ะ [pǎ] ป แม่กบ p p [p] [p̚] สูง
ᨹ -᩠ᨹ ผ๋ะ [pʰǎ] ผ - ph  – [pʰ]  – สูง
ᨺ[a]  – ฝ๋ะ [fǎ] ฝ - f  – [f]  – สูง
ᨻ -᩠ᨻ , -ᩛ[c] ป๊ะ [pa᷇] พ แม่กบ p p [p] [p̚] ต่ำ
ᨼ[a]  – ฟะ [fa᷇] ฟ แม่กบ f p [f] [p̚] ต่ำ
ᨽ -᩠ᨽ ภะ [pʰa᷇] ภ แม่กบ ph p [pʰ] [p̚] ต่ำ
ᨾ -᩠ᨾ , -ᩜ มะ [ma᷇] ม แม่กม m m [m] [m] ต่ำ
6. อวรรค ᨿ -᩠ᨿ ญะ

(เสียงนาสิก)

[ɲa᷇] ย แม่เกย ny, y  – [ɲ], [j][b]  – ต่ำ
ᩀ[a]  – ยะ, อยะ [jǎ] อย - y  – [j]  – กลาง
ᩁ[h] -᩠ᩁ , -ᩕ ระ, ละ, ฮะ [la᷇] ร, ล, ฮ แม่กน r,[i] l, h n [r],[d] [l],[d] [h] [n] ต่ำ
ᩃ -᩠ᩃ​ , -ᩖ ละ [la᷇] ล แม่กน l n [l] [n] ต่ำ
ᩅ -᩠ᩅ วะ [wa᷇] ว แม่เกอว w – [w] – ต่ำ
ᩆ -᩠ᩆ ศ๋ะ [sǎ] ศ แม่กด s t [s] [t̚] สูง
ᩇ -᩠ᩇ ษ๋ะ [sǎ] ษ แม่กด s t [s] [t̚] สูง
ᩈ -᩠ᩈ , -ᩞ ส๋ะ [sǎ] ส แม่กด s t [s] [t̚] สูง
ᩉ -᩠ᩉ หะ [hǎ] ห - h  – [h]  – สูง
ᩊ -᩠ᩊ ฬะ [la᷇] ฬ แม่กน l n [l] [n] ต่ำ
ᩋ , -ᩬ อ๋ะ [ʔǎ] อ -  –  – [ʔ]  – กลาง
ᩌ[a]  – ฮะ [ha᷇] ฮ - h  – [h]  – ต่ำ